ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 30.18 ระหว่างวันแกว่งแคบ ตลาดจับตาการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC คืนนี้

ข่าวเศรษฐกิจ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 17:41 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดวันนี้ที่ระดับ 30.18 บาท/ดอลลาร์ จากตอนเช้าที่ เปิดตลาดอยู่ที่ระดับ 30.17/19 บาท/ดอลลาร์ ระหว่างวันเคลื่อนไหวระหว่าง 30.17-19 บาท/ดอลลาร์

"เงินบาทปิดระดับใกล้เคียงกับตอนเปิด...โดยวันนี้เงินบาทเคลื่อนไหวตามปัจจัยต่างประเทศเป็นสำคัญ โดยเฉพาะความ ไม่ชัดเจนเรื่องการเจรจาการค้า สถานการณ์ระหว่างจีนและฮ่องกง ขณะที่วันนี้มีแรงขายในตลาดหุ้น แต่ก็มีแรงซื้อตลาดพันธบัตร"นัก บริหารเงิน กล่าว

นักบริหารเงิน คาดว่า วันพรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 30.15-30.25 บาท/ดอลลาร์ โดยคืนนี้คณะกรรมการ กำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) จะเปิดเผยรายงานการประชุมเมื่อวันที่ 29-30 ต.ค.อาจจะมีความเคลื่อน ไหวออกมาบ้าง

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยนอยู่ที่ระดับ 108.44 เยน/ดอลลาร์ จากตอนเช้าที่อยู่ที่ระดับ 108.41/44 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1065 ดอลลาร์/ยูโร จากตอนเช้าที่อยู่ที่ระดับ 1.1071/1072 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,596.83 จุด ลดลง 10.42 จุด, -0.65% มูลค่าการซื้อขาย 47,777.85 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 534.28 ลบ.(SET+MAI)
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่
7/2562 เมื่อวันที่ 6 พ.ย.62 ซึ่งคณะกรรมการฯ ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ และต่ำกว่าศักยภาพมาก
ขึ้น จากการส่งออกที่ลดลงส่งผลไปสู่การจ้างงานและอุปสงค์ในประเทศ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มต่ำกว่าขอบล่างของกรอบเป้าหมาย
ภาวะการเงินโดยรวมยังผ่อนคลาย อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอยู่ในระดับต่ำ สภาพคล่องในระบบการเงิน
อยู่ในระดับสูง ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ด้านเสถียรภาพระบบการเงินได้รับการดูแลไปแล้วระดับหนึ่ง แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่
ต้องติดตาม
  • ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนต.
ค.62 อยู่ที่ระดับ 91.2 ปรับตัวลดลงจาก 92.1 ในเดือนก.ย.62 ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 17 เดือน นับตั้งแต่มิ.ย.61
  • โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่มีแนวคิด
การปรับคณะรัฐมนตรีหรือทีมเศรษฐกิจ
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นัด 5 อุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ อุตสาหกรรมยาง อุตสาหกรรม
ชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ มาร่วมทำ Workshop ในวันที่ 27 พ.ย.นี้เพื่อแก้ไขปัญหา
การส่งออกและการปรับตัวรับสถานการณ์ค่าเงินบาท
  • รมว.คลัง เปิดเผยในงานสัมมนา "EEC NEXT : ทุนไทย-เทศ ปักหมุด"ว่า รัฐบาลเตรียมเดินหน้าดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ
ให้เข้ามาลงทุนในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งภาครัฐมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยว
ข้องจัดทำแผนงานและทำแพ็คเกจที่เหมาะสมเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาให้เข้ามาลงทุนในพื้นที่ EEC มากขึ้น
  • กระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างการพิจารณารูปแบบ ซึ่งจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาเพิ่มเติม และจะ
กระจายไปหลากหลายกลุ่มจากที่ได้ออกมาตรการชิมช้อปใช้ และการช่วยเหลือภาคอสังหาริมทรัพย์ออกไปแล้ว โดยอยู่ระหว่างการพิจารณา
รูปแบบของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบใดจะเหมาะสม ซึ่งเมื่อดำเนินการไปแล้วจะต้องเกิดผลดีต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง เพื่อช่วย
ให้เศรษฐกิจในภาพรวมสามารถขับเคลื่อนไปได้ ซึ่งหากพิจารณาแล้วเหมาะสมก็จะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาก่อนสิ้นปีนี้
  • ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ สิ้นสุดสมาชิกภาพสภาผู้แทนราษฎร (ส.
ส.) ตั้งแต่วันที่ศาลฯ มีคำสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 23 พ.ค.62 เนื่องจากเห็นว่านายธนาธร ยังคงถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย
ซึ่งเป็นธุรกิจสื่อมวลชน ในวันที่พรรคอนาคตส่งรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. แม้ว่านายธนาธรจะชี้แจงว่ามีการโอนหุ้นไปแล้ว แต่ปรากฎหลักฐานที่มี
พิรุธหลายอย่างที่ผิดปกติ
  • หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ลารีพับลิกาของอิตาลีใน
วันนี้ว่า แม้เศรษฐกิจของยูโรโซนขยายตัวน้อยกว่าคาด แต่จะไม่หดตัวเข้าสู่ภาวะถดถอย และคาดว่าจะฟื้นตัวขึ้นได้ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า
  • นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้ให้คำมั่นว่า จะดำเนินการเพื่อให้อังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) อย่างรวดเร็ว
ในระหว่างที่เขาทำการดีเบตกับนายเจเรมี คอร์บิน ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งการดีเบตครั้งแรกดังกล่าวมีขึ้นก่อนถึงกำหนดการเลือกตั้งทั่วไป
ในวันที่ 12 ธ.ค.นี้
  • ญี่ปุ่นอนุมัติร่างกฎหมายส่งเสริมการส่งออกสินค้าเกษตร ผ่านทางหน่วยงานที่ตั้งขึ้นใหม่เพื่อมาดูแลขั้นตอนการส่งออกสินค้า
เกษตร และเจรจากับประเทศคู่ค้าเพื่อลดความเข้มงวดในการนำเข้า
  • ธนาคารกลางจีน (PBOC) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ Loan Prime Rate (LPR) ประเภท 1 ปี ลง 0.05% สู่ระดับ
4.15% จากระดับ 4.20% ที่กำหนดไว้ในเดือนต.ค. และปรับลดอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปี ลง 0.05% สู่ระดับ 4.80%
จากระดับ 4.85% ในเดือนต.ค.

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ