หอการค้าฯ พบรมว.สธ.หนุนไทยเป็นผู้นำด้านการแพทย์-ส่งเสริมสุขภาพตามนโยบาย Medical & Wellness Hub

ข่าวเศรษฐกิจ 16 มกราคม พ.ศ. 2563 17:38 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

หอการค้าฯ พบรมว.สธ.หนุนไทยเป็นผู้นำด้านการแพทย์-ส่งเสริมสุขภาพตามนโยบาย Medical & Wellness Hub

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการนำคณะกรรมการเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข เพื่อหารือและผลักดันข้อเสนอภาคเอกชนในการขับเคลื่อนแนวทางส่งเสริมและยกระดับกิจกรรมด้านสาธารณสุขของประเทศไทย โดยประเด็นสำคัญที่ภาคเอกชนนำเสนอ ประกอบด้วย

1. นำเสนอหลักการของร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่ภาคเอกชนผลักดันอยู่ขณะนี้ โดยเสนอให้มีองค์กรที่เป็นศูนย์กลางดูแลอากาศสะอาดแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อบริหารจัดการปัญหามลพิษทางอากาศในระยะเร่งด่วน ระหว่างที่ยังไม่มีกฎหมายบังคับใช้

2. เชิญชวนกระทรวงสาธารณสุข ให้ความร่วมมือและร่วมเป็นเจ้าภาพในการขับเคลื่อนงานมหกรรม Healthy Living Asia 2020 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าและบริการด้านสุขภาพสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีการแพทย์ และสาธารณสุขแบบครบวงจรของประเทศไทย ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-6 ก.ย.63 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค

3. เสนอให้กระทรวงฯ พิจารณาให้การรับรอง "การแพทย์ธรรมชาติบำบัด" เป็นสาขาแพทย์ทางเลือกในประเทศไทย โดยมีกฎหมายรองรับ เพื่อส่งเสริมการใช้วิธีรักษาแนวธรรมชาติ และเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย Medical & Wellness Hub ของรัฐบาล

4. เสนอให้มีการกำหนดมาตรการลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพของคนไทย โดยกระทรวงฯ เห็นชอบและมอบหมายให้กรมอนามัย เป็นผู้ประสานงานร่วมกับภาคเอกชน รวมทั้งประสานงานร่วมกับกระทรวงการคลังต่อไป

5. ผลักดันให้ออกกฎหมายเกี่ยวกับการให้บริการโทรเวชกรรม (Telemedicine) ในประเทศไทย โดยมีสาระสำคัญในการคุ้มครองสิทธิผู้ป่วย การรักษาความลับและการควบคุมมาตรฐานเพื่อสามารถประกอบกิจการได้อย่างถูกต้อง โดยกระทรวงฯ ได้แจ้งว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นวาระสำคัญของรัฐบาลอยู่แล้ว ทั้งนี้ การจะให้โครงการที่เกิดผลในทางปฏิบัติ จำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที เช่น ระบบการสื่อสารแบบ 5G ที่มีเสถียรภาพรองรับด้วย

6. เสนอให้มีการออกกฎ/ระเบียบ เพื่อให้การดำเนินกิจการน้ำพุร้อนของประเทศไทยเป็นไปอย่างถูกต้องและมีมาตรฐาน เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสู่การเป็น Wellness hub ของประเทศไทย โดยปัจจุบันกระทรวงฯ อยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อออกเป็นกฎกระทรวงฯ รองรับต่อไป

นายกลินท์ กล่าวว่า รมว.สาธารณสุข ได้รับข้อเสนอต่าง ๆ ของภาคเอกชน เพื่อพิจารณาผลักดันให้เกิดผลในทางปฏิบัติ นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังได้ขอความร่วมมือจากภาคเอกชนในการส่งเสริมแนวทางการสร้างมูลค่าของสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้มีคุณภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค ตลอดจนสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ โดยภาครัฐจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ภาคเอกชน ตามหลักเกณฑ์ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม เพื่อร่วมขับเคลื่อนบริบทประเทศไทยสู่ความเข้มแข็งและยั่งยืน


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ