กยท.เผยสถานการณ์ราคายางตั้งแต่ต้นปีปรับสูงขึ้นจากหลายปัจจัย แต่ยังเฝ้าระวังปัจจัยกดดันจากตลาดล่วงหน้า

ข่าวเศรษฐกิจ 21 มกราคม พ.ศ. 2563 13:12 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายขจรจักษณ์ นวลพรหมสกุล รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า ภาพรวมสถานการณ์ราคายางตั้งแต่ต้นปีปรับสูงขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการกลับเข้ามารับซื้อหลังช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ ความคืบหน้าในการทำข้อตกลงการค้า ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ประกอบกับราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น แต่ต้องเฝ้าระวังปัจจัยกดดันจากสัญญาณตลาดล่วงหน้า (โตเกียว สิงคโปร์ และเซี่ยงไฮ้) ที่อยู่ในช่วงหดตัวลง อีกทั้งช่วงเทศกาลตรุษจีนที่กำลังมาถึง ซึ่งเป็นวันหยุดยาวในประเทศจีน อาจส่งผลให้ราคายางปรับตัวลงเล็กน้อย

ทั้งนี้ ตามที่ กยท.ได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ผู้ประกอบกิจการยางพารา เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้ยางให้สูงขึ้น สามารถดูดซับยางออกจากระบบได้ ทั้งนี้ โครงการประกันรายได้ชาวสวนยาง ได้ดำเนินการจ่ายเงินอย่างต่อเนื่องจาก พ.ย.62 – ม.ค.63 โดย กยท.ได้ตรวจรับรองสิทธิ์ให้เจ้าของสวน และผู้กรีดยาง ซึ่งประกอบด้วยบัตรสีเขียว และบัตรสีชมพู ประมาณ 90% ของจำนวนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. เหลือเฉพาะเกษตรกรที่ยังมีที่ข้อมูลไม่ครบถ้วน เช่น เลขบัญชีไม่ตรง บัญชีไม่มี บัญชีถูกปิดไปแล้ว หรือเกษตรกรบางคนไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามที่กำหนด เช่น สวนยางยังไม่ได้กรีด สวนยางโค่นไปแล้ว สวนยางขายไปแล้ว เป็นต้น สำหรับการจ่ายเงินให้เกษตรกรเจ้าของสวน และคนกรีดในโครงการดังกล่าว จนถึงปัจจุบันดำเนินการไปแล้ว กว่า 6,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ กยท. ยังดำเนินโครงการสนับสนุนสินเชื่อ จำนวน 3 โครงการอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ 1.โครงการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง เพื่อใช้ในการขยายกำลังการผลิต/ปรับเปลี่ยนเครื่องจักร การผลิต ให้แก่ผู้ประกอบการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางขั้นปลายน้ำ จากเดิมสนับสนุนดอกเบี้ยในวงเงินสินเชื่อ 15,000 ล้านบาท รัฐบาลได้ขยายวงเงินสินเชื่อ(เพิ่มเติม) 10,000 ล้านบาท 2.โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยาง (ยางแห้ง) วงเงินสินเชื่อ 20,000 ล้านบาท โดยขยายระยะเวลาตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 ถึง เดือนธันวาคม 2564 และ 3.โครงการสนับสนุนสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกรเพื่อรวบรวมยาง วงเงิน 10,000 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินหมุนเวียนในการรวบรวมยางจากเกษตรกร ซึ่งขยายเวลาเพิ่มอีก 4 ปี (ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 ถึง 31 มีนาคม 2567) แต่ต้องไม่เกินวันที่ 31 มีนาคม 2567


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ