พลังงาน เล็งเสนอบอร์ด สวล. 20 ก.ค.เลื่อนใช้น้ำมันยูโร 5 ไปปี 68 หลังโควิดกระทบแผนลงทุน

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday July 14, 2020 18:18 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยในงานสัมมนา "ทิศทางพลังงานประเทศไทยหลังวิกฤตโควิด" จัดโดยคณะกรรมาธิการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร ภายใต้หัวข้อ"ทิศทางน้ำมันเชื้อเพลิง"ว่า กระทรวงพลังงานเตรียมจะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในวันที่ 20 ก.ค.นี้ เพื่อพิจารณาเลื่อนการบังคับใช้มาตรฐานน้ำมันยูโร 5 ที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค.67 ออกไปอีก 1 ปี เป็นปี 68 ตามที่กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันเสนอ

เนื่องจากกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์เพื่อคุมเข้มสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนส่งผลให้ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ไม่สามารถเดินทางเข้ามาตรวจงานปรับปรุงโรงกลั่นของไทยได้ ทำให้การลงทุนของทุกโรงกลั่นที่มีมูลค่ารวม ราว 5 หมื่นล้านบาท ต้องล่าช้ากว่าแผน

นอกจากนี้สถานการณ์โควิด-19 ยังส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานลดลง และกดดันราคาน้ำมันให้ต่ำมาก ซึ่งกระทบต่อไปยังการใช้พืชน้ำมันลดลงตามไปด้วย ดังนัน แผนงานต่าง ๆ ก็ต้องเลื่อนไป เช่น แผนงานการประกาศให้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 เป็นน้ำมันเบนซินพื้นฐานและยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 ตั้งแต่ 1 ต.ค.63 ก็คงเลื่อนไปเป็นการยกเลิกในช่วงปี 64 ซึ่งในส่วนนี้ยังเกี่ยวโยงกับปริมาณเอทานอล ซึ่งที่ผ่านมามีการนำไปผลิตแอลกอฮอล์​ทางการแพทย์แก้ไขปัญหาขาดแคลน

สำหรับการเตรียมตัวประกาศใข้ E20 เป็นน้ำมันเบนซินพื้นฐาน จะเริ่มจากการปรับให้ราคาแก๊สโซฮอล์ 91 เท่ากับราคาแก๊สโซฮอล์ 95 ก่อน จากปัจจุบันราคาห่างกันเพียง 20 สตางค์/ลิตร พร้อมกับให้โรงกลั่นน้ำมันและคลัง เตรียมพร้อมยกเลิกการผลิตและเก็บแก๊สโซฮอล์ 91 หลังจากนั้นจะทำให้ราคา E20 ถูกกว่าแก๊สโซฮอลล์ 95 ประมาณ 3-4 บาท/ลิตร เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ E20 มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้การใช้เอทานอลไปสู่เป้าหมายที่ 7.5 ล้านลิตร/วันในปี 80 จากปัจจุบันมีการใช้อยู่ 4-5 ล้านลิตร/วัน ขณะที่ตามแผนงานจะยกเลิก E85 ในปี 65 และยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 95 ในปี 70

ส่วนกลุ่มน้ำมันดีเซล กำลังอยู่ระหว่างผลักดันให้ไบโอดีเซล B10 เป็นน้ำมันดีเซลพื้นฐาน ซึ่งตั้งแต่ 1 ต.ค.63 นี้จะเปลี่ยนชื่อเรียกจาก B10 เป็นดีเซล ส่วนไบโอดีเซล B7 มีแผนจะยกเลิกในปี 75 เนื่องจากคาดว่าเป็นปีที่รถรุ่นเก่าจะหมดไปจากตลาด โดยมีเป้าหมายการใช้ B10 เพิ่มเป็น 50 ล้านลิตร/วันในช่วงเดือนก.ย.63 จากปัจจุบันมีการใช้ 19-20 ล้านลิตร/วัน และตั้งเป้าหมายให้เกิดการใช้ไบโอดีเซล (B100) จำนวน 7.5 ล้านลิตร/วัน ในปี 80 จากปัจจุบันใช้อยู่ 5.5 ล้านลิตร/วัน นอกจากนี้ตามแผนบริหารจัดการน้ำมัน (Oil Plan) กำหนดให้รถที่ใช้ก๊าซหุงต้ม (LPG) เป็นเชื้อเพลิงต้องหมดไปจากตลาดในปี 80 ด้วย

ด้านนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า โครงการพลังงานสะอาด (CFP) ของบมจ.ไทยออยล์ (TOP) ยังคงเดินหน้าตามแผนซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 66 ซึ่งนอกจากจะทำให้สามารถรองรับผลิตน้ำมันได้ตามมาตรฐานยูโร 5 แต่ยังเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตของโรงกลั่นด้วย ขณะเดียวกันยังเป็นการขยายกำลังการกลั่นน้ำมันจากเดิม 2.75 แสนบาร์เรล/วัน เป็น 4 แสนบาร์เรล/วันด้วย

โครงการดังกล่าวจะทำให้ TOP จะมีผลการดำเนินงานที่ดีเมื่อเทียบกับรายอื่นจากการมีกำลังกลั่นเพิ่มขึ้น 40% และมีโอกาสต่อยอดธุรกิจปิโตรเคมีได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในสายโอเลฟินส์ที่มี Value Chain ค่อนข้างยาวเมื่อเทียบกับสายอะโรเมติกส์ ที่ TOP มีอยู่ในปัจจุบัน

ส่วนการลดชนิดน้ำมันนั้นเห็นด้วยเพราะปัจจุบัน​ไทยมีชนิดน้ำมันที่มากที่สุดในโลก ส่วนกรณีการระบาดของสถานการณ์โควิด-19 ที่อาจจะเกิดรอบสองในไทยนั้น ทางกลุ่ม ปตท.ได้ติดตามสถานการณ์​และตั้งทีมติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีขึ้นและตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ

รับทราบและยอมรับ