กระทรวงวางแผนและการลงทุนของเวียดนามคาดยอดค้าปลีกและรายได้ภาคบริการในประเทศช่วงครึ่งแรกของปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นกว่า 20% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาแตะที่ 457 ล้านล้านดอง (2.57 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ)
สำนักข่าวซินหัวรายงานอ้างคำกล่าวของ วู วินห์ พูห์ ประธานสมาคมผู้ประกอบการซูเปอร์มาร์เก็ตส์ของเวียดนามว่า ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการขยายตัวที่สดใสของยอดค้าปลีกในประเทศรวมถึงภาคอุตสาหกรรมบริการท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่เมื่อเทียบกับการขยายตัวของยอดค้าปลีกและรายได้ภาคบริการในไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้น ตัวเลขคาดการณ์ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ยังคงอยู่ในระดับต่ำ
ด้านเลขาธิการสมาคมผู้ค้าปลีกของเวียดนามเปิดเผยว่า ธุรกิจในประเทศยังมีจุดอ่อนอยู่ที่ความล้าหลังทางเทคโนโลยี ทำให้เกิดช่องโหว่ระหว่างผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายไปจนถึงระบบการจำหน่ายสินค้าที่ต้องแก้ไขปรับปรุง ซึ่งข้อจำกัดเหล่านี้จะทำให้ตลาดในประเทศเผชิญกับปัญหาต่างๆมากมาย รวมถึงการไหลทะลักเข้ามาของสินค้าที่มีคุณภาพสูงและราคาถูกจากต่างชาติ
ทั้งนี้ รายงานดัชนี A.T. Kearney Global Retail Development Index (GRDI) ซึ่งจัดอันดับ 30 ตลาดที่น่าจับตามองที่สุดในโลกนั้นพบว่า เวียดนามหล่นมาอยู่ที่อันดับ 6 จากที่เคยครองแชมป์อันดับ 1 ในฐานะประเทศที่มีการแข่งขันด้านการค้าปลีก