ฟิลิป เวอร์เลเกอร์ นักวิชาการที่เคยคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะสูงเกิน 100 ดอลลาร์เมื่อปี 2550 และอดีตที่ปรึกษารัฐบาลสหรัฐคาดว่า ราคาน้ำมันจะร่วงแตะ 20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปีนี้ หลังจากที่เศรษฐกิจถดถอยกระทบดีมานด์เชื้อเพลิง
เขากล่าวว่า อุปทานน้ำมันดิบกำลังแซงหน้าอุปสงค์ประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน พร้อมคาดการณ์ว่าน้ำมันดิบส่วนเกินจะสูงถึง 100 ล้านบาร์เรลภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะทำให้ความสามารถในการสำรองน้ำมันทั่วโลกตึงตัว และจะทำให้ราคาน้ำมันอ่อนตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี
เวอร์เลเกอร์ ซึ่งเป็นศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยคาลการีด้วยนั้น กล่าวต่อไปว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น การกลั่นน้ำมันทั่วโลกมีแนวโน้มว่าจะลดลงในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ หากภาวะถดถอยยังคงเกิดขึ้นต่อไปและฤดูหนาวอากาศไม่หนาวนัก อุตสาหกรรมน้ำมันคงจะย่ำแย่ลงแน่ๆ
บลูมเบิร์กรายงานว่า ราคาน้ำมันดิบที่มีการซื้อขายอยู่ที่ 20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลนั้นเกิดขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนก.พ. 2545 และราคาน้ำมันตลาด NYMEX วันนี้อยู่ที่ 61.18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลนั้น ฟื้นตัวขึ้น 89% จากระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปีเมื่อเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว โอเปคก็กำลังใช้มาตรการลดอุปทานลงเพื่อรับมือกับการใช้น้ำมันที่ตกลง แต่เวอร์เลเกอร์ กล่าวว่า โอเปคไม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการลดอุปทานอย่างที่ควรจะทำ
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันเฉลี่ยจะอยู่ที่ 63.91 ดอลลาร์ในไตรมาส 4 โดยราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนธ.ค.ในตลาดน้ำมัน NYMEX วันนี้อยู่ที่ 65.46 ดอลลาร์ ซึ่งดีดตัวขึ้นจากการคาดการณ์ว่าดีมานด์จะฟื้นตัว เพราะจีนและประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายกำลังต้องการน้ำมันเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเรื่องนโยบายการเงินที่อาจจะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อและเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง
อย่างไรก็ตาม เวอร์เลเกอร์มีความเห็นที่แตกต่าง โดยเขามองว่า จีนกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่สิ้นหวัง เนื่องจากผู้บริโภคสหรัฐไม่จับจ่ายใช้สอย กลุ่มผู้ผลิตของจีนจึงได้รับผลกระทบ ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์มองเรื่องการขยายตัวแบบผิดที่ผิดทาง