ชิสึกะ คาเมอิ รัฐมนตรีกระทรวงบริการการเงินญี่ปุ่นเปิดเผยว่า หนี้เสียของธนาคารของญี่ปุ่นคงจะไม่ปรับตัวสูงขึ้นเพราะการอนุญาตให้เลื่อนการชำระหนี้ของบริษัทเอกชนขนาดเล็กที่ประสบปัญหา โดยธนาคารไม่จำเป็นต้องแยกประเภทเงินกู้ที่อยู่ในแผนและถูกกำหนดไว้ว่าเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ซึ่งหมายความว่า ธนาคารเหล่านี้จะไม่ถูกบีบให้เพิ่มเงินสำรองหนี้สูญ เมื่อมีการเลื่อนเวลาในการชำระหนี้ออกไป
คาเมอิให้คำมั่นด้วยว่า จะผลักดันให้ธนาคารในประเทศให้ขยายขอบเขตการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นแก่ธุรกิจขนาดเล็ก หลังจากที่ตัวเลขบริษัทล้มละลายในประเทศอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี โดยยืนยันว่า รัฐบาลกำลังจะได้สถาบันการเงินที่ปล่อยกู้บริษัทเหล่านี้มากขึ้น เพราะในวันข้างหน้าแบงค์ต่างๆไม่จำเป็นต้องจัดการกับหนี้ที่องค์กรอนุญาตให้เลื่อนการชำระหนี้
บลูมเบิร์กรายงานว่า ดัชนี Topix Banks Index ร่วงลงไปแล้ว 11% นับตั้งแต่ที่นายคาเมอิได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ขณะที่ธนาคารยักษ์ใหญ่ 3 รายในญี่ปุ่น ได้แก่ มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป เป็นต้น ขาดทุนรวมเกือบ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณที่แล้ว เนื่องจากค่าธรรมเนียมหนี้พุ่งสูงมาก
เดวิด เทรดโกลด์ นักวิเคราะห์ของฟ็อกซ์-พิทท์ เคลตัน กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่ข้อเสนอของนายคาเมอิจะทำให้เกิดปัญหา เพราะอาจจะทำให้ธนาคารต่างๆมีความลังเลที่จะปล่อยเงินกู้ให้กับบริษัทเล็กๆ
นายคาเมอิกล่าวต่อไปว่า ข้อเสนอในการเลื่อนชำระหนี้จะขยายวงไปยังบุคคลและบริษัท โดยมีเป้าหมายที่จะช่วยเหลือบริษัทที่มีเงินทุนประมาณ 100 ล้านเยน (1.1 ล้านดอลลาร์) หรือต่ำกว่านั้น