กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยว่า จีนได้เข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นในเดือนมิ.ย.ทั้งสิ้น 4.564 แสนล้านเยน หรือ 5.3 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกันที่จีนเข้าถือครองพันธบัตรญี่ปุ่นมากกว่าเทขาย ส่วนในเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา จีนเข้าซื้อพันธบัตรญี่ป่นทั้งสิ้น 7.352 แสนล้านเยน
ข้อมูลของกระทรวงการคลังญี่ปุ่นระบุว่า ในช่วงเดือนม.ค.-พ.ค.ปีนี้ รัฐบาลจีนได้เข้าถือครองพันธบัตรของรัฐบาลญี่ปุ่นมูลค่ากว่า 1.28 ล้านล้านเยน และโดยเฉพาะเดือนพ.ค.เพียงเดือนเดียวนั้น จีนได้เข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นสูงถึง 7.352 แสนล้านเยน ซึ่งเป็นการซื้อพันธบัตรรายเดือนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์
จีนตัดสินใจเพิ่มสัดส่วนการถือครองพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นเพราะเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การนำเม็ดเงินในระบบทุนสำรองเงินตราต่างประเทศที่จีนมีอยู่เป็นจำนวนมากนั้น ออกมากระจายความเสี่ยง ขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักปริวรรตเงินตราแห่งรัฐของจีน (SAFE) กล่าวว่า หลักการสำคัญของการนำเงินในระบบทุนสำรองออกมาใช้คือการคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก
จีนมีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศมากเป็นอันดับหนึ่งของโลกถึง 2.45 ล้านล้านดอลลาร์ รองลงมาคือญี่ปุ่น โดยในเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของญี่ปุ่นอยู่ที่ระดับ 1.063.51 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.328 หมื่นล้านดอลลาร์จากเดือนมิ.ย.
สำนักปริวรรตเงินตราแห่งรัฐของจีน (SAFE) เปิดเผยว่า จีนยังคงสามารถบริหารจัดการสินทรัพย์ในทุนสำรองเงินตราต่างประเทศให้อยู่ในสถานภาพที่มั่นคงได้ แม้ในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์การเงินโลก นอกจากนี้ จีนไม่ได้นำเงินในระบบทุนสำรองฯไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงอย่างตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยรองรับ (MBS)