นายปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซีวิลเอนจีเนียริง [CIVIL] เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยปี 69 ยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวของประเทศ โดยเฉพาะโครงการด้านคมนาคมและระบบสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต และถือเป็นโอกาสในการเข้ารับงานของบริษัท
สำหรับการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/69 บริษัทยังคงทยอยรับรู้รายได้จากโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีโครงการในมือที่กำลังก่อสร้างจำนวน 40 กว่าโครงการ และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา บริษัทลงนามสัญญางานก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 จากกรมทางหลวง จำนวน 2 สัญญา มูลค่ารวม 1,421.40 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตามความคืบหน้าของงาน พร้อมเตรียมส่งมอบโครงการอื่นๆ เพิ่มเติมภายในปีนี้ และยังคงเดินหน้าเข้าร่วมประมูลโครงการขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเสริมความต่อเนื่องของรายได้ในระยะต่อไป
ปัจจุบัน บริษัทมีมูลค่างานในมือ (Backlog) ที่ลงนามสัญญาแล้วมูลค่า 13,578 ล้านบาท รองรับการรับรู้รายได้ไม่น้อยกว่า 3 ปี สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชนในศักยภาพการดำเนินงานและคุณภาพการส่งมอบงานของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
"บริษัทมุ่งดำเนินงานด้วยกลยุทธ์การกระจายพอร์ตโครงการให้มีความสมดุลระหว่างโครงการขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ลดความเสี่ยงจากความล่าช้าของโครงการ เสริมสภาพคล่องและกระแสเงินสด สนับสนุนเสถียรภาพของผลประกอบการในระยะยาว พร้อมทั้งเดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างพื้นฐานการเติบโตที่มั่นคง" นายปิยะดิษฐ์ กล่าวขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 4/68 บริษัทมีรายได้รวม 1,416 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,272 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 11% และมีกำไรสุทธิ 62 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 27 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 130% จากการรับรู้รายได้ Backlog รายได้จากการจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง และรายได้จากการให้เช่าเครื่องจักรเพิ่มขึ้น
ส่วนผลประกอบการปี 68 บริษัทมีรายได้รวม 4,899 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 29 ล้านบาท สาเหตุจากการปรับเพิ่มงบประมาณเนื่องจากการขยายระยะเวลาก่อสร้างในกลุ่มงานรถไฟ และการชะลอการดำเนินงานกลุ่มงานทางจากการตรวจสอบความปลอดภัยหลังเหตุแผ่นดินไหวในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราว และคาดว่าจะทยอยฟื้นการรับรู้รายได้ในระยะถัดไป