มองมุมต่าง: ปมร้อนหุ้นกลุ่มเทคฯ ราคาหุ้น DELTA กับจิตวิทยาการลงทุน

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday May 21, 2026 15:02 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

มองมุมต่าง: ปมร้อนหุ้นกลุ่มเทคฯ ราคาหุ้น DELTA กับจิตวิทยาการลงทุน

เสียงก่นด่า ในเชิงติเตียน การปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงของหุ้น DELTA ทำให้นักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีหุ้นตัวนี้อยู่ในพอร์ต หรือไม่กล้าเข้าไปเล่นหุ้นตัวนี้ เริ่มเกิดอารมณ์หงุดหงิดแบบเงียบๆ

ยิ่งเมื่อเห็นดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นทะลุ 1,500 จุด ได้อย่างสบายๆ แต่พอร์ตของตัวเองกลับยังติดลบ ความรู้สึก "ตกรถ" ก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะในทางจิตวิทยาการลงทุน มนุษย์มักไม่ได้เจ็บปวดจากการขาดทุนเพียงอย่างเดียว แต่ยังเจ็บปวดจากการเห็นคนอื่นได้กำไร ในสิ่งที่ตัวเองไม่กล้าทำอีกด้วย

หลายคนจึงเริ่มตั้งคำถามว่า ตลาดหุ้นไทยกำลังถูก "ลาก" ด้วยหุ้น DELTA หรือไม่ ทั้งที่ความจริงแล้ว โครงสร้างลักษณะนี้เกิดขึ้นแทบทุกตลาดหุ้นใหญ่ของโลก

ในสหรัฐฯ ดัชนี NASDAQ Composite และ S&P 500 ถูกขับเคลื่อนด้วยหุ้นขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ตัว เช่น NVIDIA, Apple, Microsoft หรือ Tesla ซึ่งมีอิทธิพลต่อทิศทางตลาดสูงมาก

บางช่วงเวลา หุ้นเพียง 5-7 ตัว สามารถกำหนดทิศทางตลาดทั้งประเทศได้เลยด้วยซ้ำ

ญี่ปุ่นก็เคยมี SoftBank Group เป็นตัวนำตลาด เกาหลีใต้มี Samsung Electronics ส่วนไต้หวันแทบจะขับเคลื่อนด้วย TSMC

ดังนั้น การที่หุ้น DELTA มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร หากมองในบริบทของตลาดทุนโลก

แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่า คือ อารมณ์ของนักลงทุนที่มีต่อหุ้นตัวนี้

เวลาหุ้น DELTA ขึ้นแรง คนที่ไม่มีหุ้น มักจะมองว่ามัน "แพงเกินจริง" เป็น "หุ้นปั่น" หรือ "ผิดธรรมชาติ" แต่ถ้าวันหนึ่งเขามีหุ้นตัวนี้อยู่ในพอร์ต มุมมองอาจเปลี่ยนทันที กลายเป็นหุ้นแห่งอนาคต หุ้นเทคโนโลยี หุ้น EV หุ้น AI หรือหุ้นที่กำลังโตตามเมกะเทรนด์โลก

นี่คือธรรมชาติของมนุษย์ ที่มักตีความข้อมูลตามผลประโยชน์ของตัวเองโดยไม่รู้ตัว

ในความเป็นจริง หากมองเชิงธุรกิจ DELTA ไม่ใช่หุ้นเล็กที่ไม่มีพื้นฐาน บริษัทอยู่ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับระบบพลังงาน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ และยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นธีมการลงทุนระดับโลก

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติให้มูลค่ากับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI, Data Center และ EV สูงมาก เพราะเชื่อว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของโครงสร้างพลังงานและเทคโนโลยี

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หุ้นประเภทนี้จะถูกซื้อขายบนค่า PE สูงกว่าหุ้นดั้งเดิม

ยิ่งไปกว่านั้น หากลองมองไปยังตลาดหุ้นต่างประเทศ จะพบว่าหุ้นที่ถูกมองว่า "แพง" หลายตัว แพงกว่าหุ้น DELTA มาก

Tesla เคยมีค่า PE สูงระดับหลายร้อยเท่า ทั้งที่กำไรยังผันผวน

NVIDIA ในช่วงกระแส AI ร้อนแรง ก็มีมูลค่าบริษัทพุ่งขึ้นหลายล้านล้านดอลลาร์ ภายในเวลาไม่นาน

หรือบางบริษัทในยุคดอทคอมเมื่ออดีต แทบไม่มีกำไรด้วยซ้ำ แต่ราคาหุ้นกลับพุ่งอย่างมหาศาล เพราะตลาดกำลังซื้อ "ความหวังในอนาคต" มากกว่ากำไรปัจจุบัน

แน่นอน นั่นไม่ได้แปลว่าหุ้น DELTA จะขึ้นตลอดไป หรือไม่มีวันปรับฐาน เพราะทุกสินทรัพย์เมื่อราคาวิ่งแรงเกินไป ย่อมมีความผันผวนตามมาเป็นธรรมดา

แต่สิ่งสำคัญ คือ นักลงทุนต้องแยกให้ออกระหว่าง "เราไม่ชอบหุ้นตัวนี้" กับ "หุ้นตัวนี้ไม่มีคุณค่า" เพราะสองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน

หลายครั้ง ความโกรธที่มีต่อหุ้น ไม่ได้เกิดจากหุ้นผิด แต่เกิดจากเราพลาดโอกาสเอง

ตลาดหุ้นเป็นสถานที่ที่สะท้อนจิตใจมนุษย์ได้ชัดเจนที่สุด

เวลาหุ้นขึ้นแล้วเรามีกำไร เรามักเชื่อว่าตัวเองเก่ง มองเกมขาด มีวิสัยทัศน์เหนือคนอื่น

แต่เวลาหุ้นลง หรือพลาดโอกาส เรากลับเริ่มมองหาคนผิด มองว่าถูกเจ้ามือเอาเปรียบ ถูกตลาดกลั่นแกล้ง หรือถูกใครบางคนโกง

ทั้งที่สุดท้ายแล้ว ทุกการซื้อขาย เกิดจากการตัดสินใจของตัวเราเอง ใช้เงินของเราเอง และใช้ความเชื่อของเราเองทั้งนั้น

นักลงทุนที่เติบโตได้จริง จึงไม่ใช่คนที่ไม่เคยพลาด แต่คือคนที่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเองได้ โดยไม่เอาอารมณ์ไปตัดสินตลาด

เพราะบางครั้ง สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในตลาดหุ้น ไม่ใช่หุ้นที่ขึ้นแรง แต่คือ "อีโก้" ของนักลงทุน ที่ไม่ยอมรับว่าตัวเองมองไม่เห็นตั้งแต่แรกต่างหาก ดังคำกล่าว "มีตาหามีแววไม่"

ธิติ ภัทรยลรดี


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ