นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม กรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าแกว่งไซด์เวย์ในกรอบ แต่อาจจะมีการพักตัวได้ในระยะสั้น หลังจากทิศทางของตลาดมีการขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ จึงอาจเป็น Sentiment เชิงลบต่อหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดหุ้นไทยได้
อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีการ Rotation จากหุ้นในกลุ่มสายเทคฯ ไปสู่หุ้นในกลุ่ม Value ซึ่งในตลาดบ้านเรามีหุ้นในกลุ่ม Value ค่อนข้างมาก เชื่อว่าจะช่วยหนุนดัชนีได้ ขณะที่ตลาดยังรอติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรและตัวเลขว่างงานของสหรัฐคืนนี้
โดยให้แนวต้าน 1,600-1,610 จุด แนวรับ 1,580 จุด
*ประเด็นพิจารณาการลงทุน
- ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (4 มิ.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 51,561.93 จุด เพิ่มขึ้น 874.86 จุด หรือ +1.73%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,584.31 จุด เพิ่มขึ้น 30.63 จุด หรือ +0.41% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,830.96 จุด ลดลง 23.02 จุด หรือ -0.09%
- ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดลบ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 67,115.00 จุด ลดลง 355.69 จุด หรือ -0.53% ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,186.12 จุด ลดลง 67.28 จุด หรือ -0.27% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,044.83 จุด ลดลง 12.95 จุด หรือ -0.32%
- ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (4 มิ.ย.) 1,594.79 จุด เพิ่มขึ้น 6.73 จุด (+0.42%) มูลค่าซื้อขาย 89,750.47 ล้านบาท
- นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (4 มิ.ย.) 1,473.89 ล้านบาท
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ก.ค. (4 มิ.ย.) ลดลง 2.98 ดอลลาร์ หรือ 3.1% ปิดที่ 93.04 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (4 มิ.ย.) อยู่ที่ 20.34 ดอลลาร์/บาร์เรล
- เงินบาทเปิด 32.68/69 จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ คาดกรอบวันนี้ 32.55-32.80
- "อนุทิน" มั่นใจไทยเป็นจุดสนใจนักลงทุนต่างชาติ โครงสร้างพื้นฐานพร้อม ตั้งเป้าหมายเป็นสมาชิก OECD เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างความเชื่อมั่นการลงทุน CPF ชี้ ผลกระทบสงครามเริ่มคลี่คลาย "บางจาก" ห่วงเงินเฟ้อครึ่งปีหลัง ส.อ.ท.ชี้ SME รอต่อท่อออกซิเจน
- "ศุภจี" เผยทีมไทยแลนด์ พร้อม แจงสหรัฐ มาตรา 301 ปมแรงงานบังคับ ลุ้นสหรัฐประกาศผลก่อน 24 ก.ค.มั่นใจชี้แจงได้ พร้อมเร่ง เจรจาค้าต่างตอบแทนให้จบภายใน ก.ค.หวังพ้นบ่วง ภาษีการค้า ส.อ.ท.ห่วงกระทบภาคการผลิต สศช.เตือนจับตาสหรัฐใช้กฎหมายอื่นเก็บภาษีไทยเพิ่ม
- "โฆษกกระทรวงการคลัง" ยันเดินหน้าเกณฑ์ลดหย่อนภาษีคัดกรองบัตรคนจนเข้ม ปักหลักตามมติ ครม.ดีด "คนอยากจน" ออกจากระบบ แจงปมพ่อแม่ถูกอ้างชื่อลดหย่อนภาษีสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ ขณะที่ "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" ยังแรงต่อเนื่อง ยอดใช้จ่ายสะสมทะลุ 6,214 ล้านบาท ประชาชนใช้สิทธิแล้วกว่า 16.5 ล้านคน
- "รังสิมันต์" รับสอบโครงการ TH-AI Passport พบความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย 2 ประเด็น หวั่นอาจเข้าข่ายพ.ร.บ.ฮั้วประมูล ชี้แปลกประหลาดมีบริษัทด้านพลังงานเข้าประมูลด้วย จ่อเชิญหรือออกคำสั่งเรียก "ไชยชนก" ให้ข้อมูลเรื่องการกำหนด TOR
- รื้อบัตรคนจนรอบใหม่ ไฟเขียวเริ่ม 4 มิ.ย. ทบทวนสิทธิเก่าผ่าน 5 ช่องทาง คนใหม่ยังไม่มีลงทะเบียน ปลัดคลังเตือนร้านค้าฉวยขึ้นราคาระวังเจอดี "เอกนิติ" แจงเกณฑ์ครหาตัดสิทธิบุตรนำชื่อไปลดหย่อนภาษี ย้ำต้องตรวจสอบอาจมีคนไม่ได้เดือดร้อนแล้วได้บัตรไป ย้ำดูแลทุกกระบวนการ
- ลุ้นประกาศรายชื่อหุ้นเข้า-ออก ดัชนี SET50/SET100 ครึ่งหลังปี 69 "THAI-BCP" เต็งเข้า 100% ส่วน MRDIYT มีโอกาส 75% ดันเม็ดเงินกองทุนไหลรวมกันกว่าพันล้านบาท บล.กรุงศรี ชี้ หุ้นเข้าใหม่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 7% ก่อนมีผลบังคับใช้ แนะเก็งกำไร THAI, MRDIYT และ BCP ส่วน BTS, SAWAD, CBG และ CENTEL เสี่ยงหลุด SET50
- THAI (กรุงศรี) แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 7.22 บาท ราคาน้ำมันลงแรงต่อหนุน THAI ที่มีต้นทุนน้ำมัน 40% ของต้นทุนรวม ขณะที่ความต้องการเดินทางกลับมา และโอกาสเข้า SET50 หนุนเม็ดเงินใหม่เข้าหนุน ด้าน Valuation EBITDA อยู่ 7-8 เท่า เป็น Valuation กรอบล่างของธุรกิจสายการบิน Full Service โลก
- MRDIYT (เคจีไอ) แนะนำ "ซื้อ" ราคาหุ้นเริ่ม Rebound จากถูกขายทำกำไรหลังเข้า MSCI คาดลุ้นเข้า SET50 ต่อ ประกาศราวกลาง มิ.ย.) ขณะที่ประเมินสินค้าเน้นจำเป็น-ราคาประหยัดสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึงการขยายสาขาเชิงรุกอีก +210 สาขาปีนี้ (+19% YoY) หนุนกำไรโต +10% YoY ด้าน Valuation ยังมี Upside Forward PE 18 เท่า (-2SD ของค่าเฉลี่ย PE กลุ่มค้าปลีกที่ราว 18.6 เท่า)
- TIDLOR (ฟินันเซีย ไซรัส) แนะนำ "ซื้อ" ราคาหุ้นปรับลง 0.80 บาทหลังขึ้น XD ซึ่งมากกว่าปันผลที่จ่าย 0.69 บาท/หุ้น (Yield 3.8%) มองเป็นโอกาสเข้าลงทุน ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการเติบโตของกำไรระดับ 10% CAGR ในปี 69-71 และ Dividend Yield เฉลี่ยต่อปีราว 5-6% อีกทั้งซื้อหุ้นคืน 2.4 พันล้านบาท ไม่เกิน 122.824 ล้านหุ้น คาดเป็นปัจจัยช่วยหยุงราคาหุ้น และช่วยหนุน EPS และ ROE สูงขึ้นและมีประสิทธิภาพมากกว่าการเร่งปล่อยสินเชื่อเชิงรุกซึ่งอาจสร้างปัญหาด้านคุณภาพสินทรัพย์