นักวิเคราะห์คาดตลาดหุ้นไทยแกว่งไซด์เวย์ รับปัจจัยลบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียดมากขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแรง ตลาดกลับมากังวลเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยจะเร่งตัวขึ้น แต่ยังมีลุ้นแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานรับอานิสงส์ช่วยหนุน ให้แนวต้าน 1,650 จุด แนวรับ 1,625 จุด
นางสาววราภรณ์ วิบูลคณารักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดแกว่งไซด์เวย์ ยังมีปัจจัยกดดันจากตะวันออกกลางตึงเครียดเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและส่อเค้ายืดเยื้อ ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งแรงต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดกลับมากังวลประเด็นเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยจะเร่งตัวขึ้น เป็นแรงกดดันต่อภาพรวมตลาด
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มพลังงานยังมีโอกาสลุ้นรับอานิสงส์จากราคาน้ำมัน และการเก็งกำไรผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียนกลุ่มอื่นๆ เข้ามาในช่วงนี้บ้าง ทำให้ดัชนีอาจจะเป็นภาพของการแกว่งตัวในกรอบ โดยให้แนวต้าน 1,650 จุด แนวรับ 1,625 จุด
*ประเด็นพิจารณาการลงทุน
ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (22 ก.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 52,218.58 จุด ลดลง 6.06 จุด หรือ -0.01% , ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,498.96 จุด ลดลง 10.24 จุด หรือ -0.14% และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 25,690.90 จุด ลดลง 146.30 จุด หรือ -0.57%
ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิ[NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 66,421.01 จุด เพิ่มขึ้น 305.41 จุด หรือ +0.46% , ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 24,966.53 จุด เพิ่มขึ้น 73.87 จุด หรือ +0.29% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,868.09 จุด เพิ่มขึ้น 1.06 จุด หรือ -0.02% ส่วนดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 3.6%
ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (22 ก.ค. ) 1,639.34 จุด ลดลง 13.63 จุด (-0.82%) มูลค่าซื้อขาย 116,521.27 ล้านบาท
นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (22 ก.ค.) 113.96 ล้านบาท
ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือน ก.ย.. (22 ก.ค.) เพิ่มขึ้น 2.49 ดอลลาร์ หรือ 2.95% ปิดที่ 86.83 ดอลลาร์/บาร์เรล
ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (22 ก.ค.) อยู่ที่ 30.89 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 33.78 แนวโน้มผันผวนตามสถานการณ์ตอ.กลาง จับตาประชุม ECB วันนี้
ทรัมป์ เตรียมประกาศภาษีใหม่กับหลายสิบประเทศศุกร์นี้ก่อนภาษีชั่วคราว 10% ครบกำหนด สร้างหลักประกันมีเครื่องมือใช้ต่อ ศุภจี เปิดหมากเจรจาการค้า 2 ทาง ฝั่งสหรัฐหวังยื้ออัตราภาษีตามมาตรา 301 ไม่เกิน 12.5% สู้กระแส Reshoring ฝั่งจีนยื่นเงื่อนไขเหล็กใช้ Local Content หลังภาษีศุลกากรต่างตอบแทนของทรัมป์ตามกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ถูกศาลฎีกาสหรัฐวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้รัฐบาลสหรัฐประกาศใช้ภาษีชั่วคราวเก็บจากทั่วโลก อัตรา 10% และจะหมดอายุวันที่ 24 ก.ค.69
ซีอีโอแบงก์ ส่งสัญญาณเตือนเศรษฐกิจครึ่งปีหลังผันผวน กสิกรไทย มองยังมีปัจจัยเสี่ยงจากราคาพลังงาน มาตรการ ภาษีสหรัฐและเอลนีโญ เอสซีบี เอกซ์ ชี้ เศรษฐกิจเผชิญแรงกดดันความผันผวนภายนอกและปัญหาเชิงโครงสร้าง แบงก์กรุงเทพ ห่วงภูมิรัฐศาสตร์ขยายตัว กรุงไทย มองเศรษฐกิจมีลักษณะ K-Shape ชัด ทีทีบี หวังใช้ดิจิทัลลดต้นทุน รับมือดอกเบี้ยขาลง
ผู้บริหารกองทุน วายุภักษ์ สยบกระแสข่าวสะพัด ปมขาย หุ้นบางจาก ยันแค่ปรับพอร์ต-ทำกำไรตามรอบ ปฏิเสธข่าวขายหุ้นสำรอง จ่ายปันผล ชี้จ่ายเรียบร้อยแล้วเมื่อต้นสัปดาห์ พร้อมโชว์ฟอร์มแกร่ง ผลตอบแทน ทะลุเป้า มั่นใจส่งมอบ รีเทิร์น ให้นักลงทุนใกล้เคียง เพดานสูงสุด 9%
แลนด์บริดจ์เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Missing Links เชื่อมโครงข่ายคมนาคมนำไทยสู่ฮับโลจิสติกส์อาเซียนยันเดินหน้าท่าเรือระนองและชุมพร ด้านนายกฯ เปิดงาน Thailand-China Cooperation Expo 2026 ย้ำไทย-จีนเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจแห่งอนาคต พร้อมหนุน การลงทุน-นวัตกรรม-เทคโนโลยี ขับเคลื่อนการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน ย้ำบัตรคนจนฯ เจ้าหน้าที่ต้องทำงานเชิงรุกเข้าหาประชาชนที่ตกหล่น หลังพบยายหมดสติดับ-ชาวบ้านเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต ระหว่างเดินทางไปยืนยันสิทธิ์
-ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เผยดัชนีราคาที่ดินเปล่าก่อนพัฒนาในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 440.9 จุด เพิ่มขึ้น 6.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำเลที่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาที่ดินเพิ่มขึ้นสูงสุด 5 อันดับแรก 1.พระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ เพิ่มขึ้น 36.3% 2.บางเขน-สายไหม-ดอนเมือง-หลักสี่-มีนบุรี-หนองจอก-คลองสามวา-ลาดกระบัง เพิ่มขึ้น 21.1% 3.เมืองนนทบุรี-ปากเกร็ด เพิ่มขึ้น 17.2% 4.สมุทรสาคร เพิ่มขึ้น 16.0% และ 5.เมืองปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว-สามโคก เพิ่มขึ้น 11.8%
*หุ้นเด่นวันนี้
-STA (ฟินันเซีย ไซรัส) ซื้อ ราคาเป้าหมาย 22 บาท คาดกำไรไตรมาส 2/69 ที่ 763 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากไตรมาสก่อนหน้า และพลิกจากขาดทุนในไตรมาส 2/68 จากราคายางและถุงมือยางปรับขึ้น ขณะที่กำไรครึ่งปีหลังคาดยังแข็งแกร่งและมีปัจจัยหนุนราคายางจากทั้งน้ำมันปรับขึ้นและแนวโน้ม El Nino ช่วงปลายปี
-PTTEP (กสิกรไทย) ซื้อ ราคาพื้นฐาน 152.00 บาท ตะวันออกกลางยังยกระดับความรุนแรง หนุนราคาน้ำมันดิบโลกปรับขึ้น ส่งผลเชิงบวกระยะสั้นต่อราคาหุ้นกลุ่มพลังงงานต้นน้ำ คาดกำไรไตรมาส 2/69 ทำจุดสูงสุดของปีที่ 2.66 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 97% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อน และ 125% จากไตรมาสก่อนหน้า จาก ASP สูงขึ้น ปริมาณขายเพิ่มขึ้นและการพลิกกลับมามีกำไรจากการป้องคันความเสี่ยงราคาน้ำมัน คาดปันผลระหว่างกาลครึ่งปีแรก 4.5-4.8 บาท/หุ้นเพิ่มความน่าดึงดูด
-SCC (ทรีนีตี้) ซื้อ ราคาเป้าหมาย 294 บาท แนวโน้มครึ่งหลังปี 69 กำไรมีโอกาสยืน 8-9 พันล้านบาทได้ หากปิโตรเคมี spread ยังทรงตัวสูงเช่นนี้และโรงงาน LSP/ROC กลับมาเดินเครื่องมากขึ้น ขณะที่ธุรกิจซีเมนต์ได้แรงหนุนจากการลดต้นทุน ยังคงประมาณการกำไรทั้งปี 2.9 หมื่นล้านบาท โดยครึ่งปีแรกคิดเป็นประมาณ 60% ของประมาณการทั้งปี
โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล