บมจ.ผลิตไฟฟ้า [EGCO] ประกาศความสำเร็จการปิดดีลขายหุ้น 49% ในโรงไฟฟ้าบ้านโป่ง (BPU) และโรงไฟฟ้าคลองหลวง (KLU) ให้แก่พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ระดับสากล บริษัท เจพาวเวอร์ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด (J-POWER) เสริมสภาพคล่องและรับรู้รายได้ทันทีประมาณ 2,765 ล้านบาท สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินกลยุทธ์ POWER4 ผ่านแนวทาง Asset Recycling หรือการหมุนเวียนสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์อย่างมีวินัย โดย EGCO Group ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 51% และเป็นผู้บริหารจัดการโรงไฟฟ้าทั้ง 2 แห่งต่อเนื่อง พร้อมนำเงินทุนที่ได้ไปต่อยอดโครงการใหม่ที่มีศักยภาพสูง เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น
นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group เปิดเผยว่า การปิดดีลขายหุ้นในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Asset Recycling (การหมุนเวียนสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์) ภายใต้กรอบกลยุทธ์ POWER4 ซึ่งสะท้อนขีดความสามารถในการบริหารพอร์ตโฟลิโอเชิงรุก การได้รับเงินสดเข้ามาประมาณ 2,765 ล้านบาท จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของโครงสร้างทางการเงิน (Financial Flexibility) และเพิ่มขีดความสามารถในการจัดสรรเงินทุน (Capital Allocation) เพื่อนำไปต่อยอดการลงทุนในโครงการใหม่ ๆ ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า (Higher Yield) สอดรับกับทิศทางพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีแห่งอนาคต
การเข้าทำรายการดังกล่าวเป็นการจำหน่ายหุ้นสัดส่วน 49% ของบริษัท บ้านโป่ง ยูทิลิตี้ จำกัด (BPU) และบริษัท คลองหลวง ยูทิลิตี้ จำกัด (KLU) ซึ่งดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม มีกำลังผลิตติดตั้งรวม 256 เมกะวัตต์ และ 122 เมกะวัตต์ ตามลำดับ ทั้งสองโรงไฟฟ้ามีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว 25 ปี กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รวมถึงสัญญาขายไฟฟ้าและไอน้ำให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมในพื้นที่ ภายหลังการโอนหุ้นและชำระค่าหุ้นเสร็จสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 EGCO Group ยังคงสิทธิ์การเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 51% ทำให้ทั้ง BPU และ KLU ยังคงมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของ EGCO Group ส่งผลให้บริษัทสามารถรับรู้ส่วนแบ่งกำไรและกระแสเงินสดเข้ามาในพอร์ตโฟลิโออย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการผนึกกำลังความเชี่ยวชาญกับ J-POWER ซึ่งเป็นพันธมิตรระยะยาว
เดินหน้าเสริมศักยภาพพอร์ตโฟลิโอ มุ่งสู่การเติบโตระดับ Gold Standard
EGCO Group ยังคงมุ่งมั่นปรับเปลี่ยนและยกระดับคุณภาพพอร์ตการลงทุน (Portfolio Optimization) อย่างต่อเนื่อง การทำ Asset Recycling เป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการเงินสำคัญที่ช่วยให้บริษัทมีรากฐานเงินทุนที่แน่นหนา พร้อมรองรับงบลงทุน 30,000 ล้านบาท ในการคว้าโอกาสใหม่ ๆ ทั้งจากแผน PDP 2026 โครงการ Direct PPA โครงการ BESS ตลอดจนการขยายฐานธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน ในต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ เราจะยังคงยึดมั่นในวินัยทางการเงินที่เข้มงวด เพื่อสร้างคุณค่าและผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาวนายธวัชชัย กล่าว