ตลาดหุ้นไทย ปิดภาคเช้าที่ 1,592.26 จุด ลดลง 2.53 จุด (-0.16%) มูลค่าซื้อขายราว 40,585 ล้านบาท
การซื้อขายภาคเช้าดัชนีแกว่งตัวในกรอบแคบ แต่เคลื่อนไหวในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ โดยทำจุดต่ำสุด 1,586.85 จุด และจุดสูงสุด 1,598.53 จุด
นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าแกว่งกรอบแคบ แม้มีแรงขายหุ้นในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กดดัน โดยเฉพาะ DELTA ถูกขายออกมาตาม Sentiment หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี แต่กัยังมีปัจจัยหนุนจากการทำ Sector Rotation ไปหุ้นกลุ่ม Laggard ที่ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง และราคาหุ้นอยู่ในจุดที่ Valuation น่าสนใจ เช่น กลุ่มโรงพยาบาล กลุ่มโรงแรม และสายการบิน ปรับขึ้นมาโดดเด่นในวันนี้ และหนุนดัชนีให้ลงไปเพียงเล็กน้อย
แนวโน้มช่วงบ่ายคาดตลาดแกว่งในกรอบแคบระหว่างรอติดตามตัวเลขภาคแรงงานของสหรัฐในคืนนี้
โดยให้แนวต้าน 1,600 จุด แนวรับ 1,585 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
GULF มูลค่าการซื้อขาย 3,001.82 ล้านบาท ปิดที่ 67.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
DELTA มูลค่าการซื้อขาย 2,427.74 ล้านบาท ปิดที่ 349.00 บาท ลดลง 7.00 บาท
BH มูลค่าการซื้อขาย 1,921.10 ล้านบาท ปิดที่ 183.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.00 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,855.84 ล้านบาท ปิดที่ 203.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
MINT มูลค่าการซื้อขาย 1,490.06 ล้านบาท ปิดที่ 22.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท