ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กรของ JMT ที่ระดับ "BBB" แนวโน้ม"Stable"

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday June 18, 2018 15:11 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรของ บมจ. เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) ที่ระดับ "BBB" โดยอันดับเครดิตสะท้อนถึงผลงานที่เป็นที่ยอมรับในธุรกิจให้บริการติดตามเร่งรัดหนี้สินและการมีคณะผู้บริหารที่มากประสบการณ์ของบริษัท การพิจารณาอันดับเครดิตยังคำนึงถึงรายได้ที่เติบโตอย่างมั่นคง ตลอดจนการลงทุนซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารที่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งของบริษัทด้วย อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตก็มีข้อจำกัดจากการที่ลูกหนี้เป้าหมายของบริษัทเป็นกลุ่มที่มีฐานรายได้ต่ำ เมื่อผนวกกับสถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและภาวะเศรษฐกิจที่มีความอ่อนไหวแล้วจึงมีโอกาสที่จะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ดังกล่าวได้

ประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิต

ความเชี่ยวชาญในการติดตามหนี้ช่วยสนับสนุนการเติบโตและเสริมประสิทธิภาพในการดำเนินงานของบริษัท บริษัทยังคงรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจให้บริการติดตามเร่งรัดหนี้สินและการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหาร การมีฐานข้อมูลลูกค้าจำนวนมากจากการติดตามหนี้มากว่า 20 ปีมีส่วนทำให้บริษัทเติบโตและมีการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ กลุ่มลูกค้าหลักที่ว่าจ้างให้บริษัทบริหารหนี้และติดตามเร่งรัดหนี้สินประกอบด้วยสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล และอื่น ๆ

มูลหนี้ที่บริษัทได้รับมอบหมายให้ติดตามจากผู้ว่าจ้างเติบโตอย่างรวดเร็วภายในช่วงระยะ 6 ปีที่ผ่านมา โดยคิดเป็น 22,353 ล้านบาทในปี 2560 จาก 13,707 ล้านบาทในปี 2553 คิดเป็นการเติบโตสะสมเฉลี่ย (CAGR) ที่ระดับ 12.0% ทั้งนี้ ณ เดือนมีนาคม 2560 บริษัทมีมูลหนี้ที่ได้รับมอบหมายให้ติดตาม 22,896 ล้านบาท ประกอบด้วยหนี้ในกลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคลในสัดส่วน 41.0% สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ 31.0% สินเชื่อบ้าน 12.0% บัตรเครดิต 9.0% และหนี้สินเชื่ออื่น ๆ อีก 8.0%

รายได้จากค่าบริการติดตามเร่งรัดหนี้สินมีสัดส่วนคิดเป็น 15.0% ของรายได้รวมในปี 2560 เพิ่มขึ้น 79.0% จากปีก่อนหน้าโดยคิดเป็น 242 ล้านบาทอันเนื่องมาจากอัตราค่าบริการและความสำเร็จในการจัดเก็บหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้น รายได้จากการให้บริการติดตามเร่งรัดหนี้สินของบริษัทอยู่ที่ 59 ล้านบาทในไตรมาสแรกของปี 2561

ทั้งนี้ อัตราค่าบริการติดตามเร่งรัดหนี้สินปรับตัวลดลงเป็น 10.3% ในปี 2560 และ 9.6% ในไตรมาสแรกของปี 2561 จาก 15.8% ในปี 2559 ในขณะที่อัตราความสำเร็จในการจัดเก็บหนี้ปรับตัวดีขึ้นเป็น 8.3% ในปี 2560 จาก 7.7% ในปี 2559 เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยที่ระดับ 4.0% ในช่วงปี 2556-2558

การซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารเป็นจุดเด่นของบริษัท

นอกจากเหนือจากการให้บริการติดตามเร่งรัดหนี้สินแล้ว อีกหนึ่งธุรกิจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีศักยภาพในการเติบโตเป็นอย่างมากคือการลงทุนซื้อหนี้ด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงินต่าง ๆ เพื่อนำมาบริหาร

ในปี 2560 บริษัทได้ซื้อหนี้เข้ามาบริหารคิดเป็นมูลค่า 16,271 ล้านบาทโดยใช้เงินลงทุน 1,598 ล้านบาท (มีส่วนลด 90.0%) และในช่วงไตรมาสแรกของปี 2561 ยังได้ซื้อหนี้อีกจำนวนหนึ่งที่มูลค่า 3,971 ล้านบาทโดยใช้เงินลงทุน 1,018 ล้านบาท (มีส่วนลด 74.0%) อนึ่ง การที่ส่วนลดน้อยลงนั้นเนื่องจากบริษัทได้ซื้อหนี้ที่มีหลักประกันเป็นสัดส่วนที่มากขึ้น บริษัทมีเงินลงทุนคงค้างในสินเชื่อด้อยคุณภาพที่ซื้อมาจำนวน 5,143 ล้านบาท ณ เดือนมีนาคม 2561

บริษัทมีรายได้จากการเรียกเก็บหนี้จากหนี้ที่รับซื้อมาคิดเป็น 85.0% ของรายได้รวมในปี 2560 เพิ่มขึ้นจาก 70.0% ในปี 2556 คิดเป็นมูลค่าจำนวน 1,110 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวดีขึ้นถึง 50.0% จากปี 2559 ทั้งนี้ อัตราความสำเร็จโดยเฉลี่ยซึ่งคิดจากการเก็บเงินต่อการลงทุนอยู่ที่ระดับ 89.0% จากเงินลงทุนสะสมสำหรับการซื้อหนี้เข้ามาบริหารของบริษัท

ผลประกอบการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดของบริษัทค่อนข้างแข็งแกร่งโดยได้รับแรงเสริมจากการเติบโตของธุรกิจหลักทั้ง 2 ประเภท เงินทุนจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 396 ล้านบาทในปี 2560 เปรียบเทียบกับ 146 ล้านบาทในปี 2559 อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรจากการดำเนินงานค่อนข้างผันผวนในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทขึ้นอยู่กับรายได้จากการลงทุนซื้อหนี้เข้ามาบริหาร บริษัทมีกำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 37.0% เป็น 396 ล้านบาทในปี 2560 จาก 290 ล้านบาทในปี 2559 (โดยรวมกำไรจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนเงินลงทุนในบริษัทย่อยแห่งหนึ่งมาเป็นเงินลงทุนระยะยาวอื่น) ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะสามารถรักษาอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่ระดับประมาณ 30.0% ต่อปีเอาไว้ได้ในช่วงเวลา 3 ปีข้างหน้า โดยแรงผลักดันสำคัญในการเติบโตจะมาจากความสำเร็จในการจัดเก็บหนี้และการบริหารหนี้ด้อยคุณภาพหนี้ที่ซื้อเพิ่มเข้ามา

ภาระหนี้เพิ่มขึ้นแต่อยู่ในระดับที่ยอมรับได้

ภาระหนี้ของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเพื่อใช้ในการขยายธุรกิจการลงทุนซื้อหนี้เข้ามาบริหาร เงินกู้รวมของบริษัทเพิ่มขึ้น 52.0% เป็น 2,820 ล้านบาทในปี 2560 จากสิ้นปี 2559 อย่างไรก็ตาม เงินทุนจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมากส่งผลทำให้อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้ว (รวมค่าตัดจำหน่ายเงินลงทุนในหนี้ด้อยคุณภาพ) ต่อเงินกู้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 18.8% ในปี 2559 จาก 11.2% ในปี 2558 และอัตราส่วนดังกล่าวเท่ากับ 16.3% ในปี 2559 และ 6.3% ในไตรมาสแรกของปี 2561 (ปรับอัตราส่วนเป็นตัวเลขเต็มปี) บริษัทมีอัตราส่วนกำไรที่ปรับปรุงแล้วก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (รวมค่าตัดจำหน่ายเงินลงทุนในหนี้ด้อยคุณภาพ) ต่อดอกเบี้ยจ่ายอยู่ในระดับที่สูงกว่า 17 เท่าในปี 2560 และ 13 เท่าในไตรมาสแรกของปี 2561 (ปรับอัตราส่วนเป็นตัวเลขเต็มปี)

ในอนาคตบริษัทมีแผนการใช้เงินลงทุนประมาณปีละ 4,500 ล้านบาทในการซื้อหนี้เข้ามาบริหารเพิ่ม ซึ่งจะส่งผลทำให้ภาระหนี้ของบริษัทปรับเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะรักษาอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนให้ต่ำกว่า 2 เท่าได้ในช่วงดังกล่าว บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนอยู่ที่ 1 เท่า ณ เดือนมีนาคม 2561 ซึ่งต่ำกว่าข้อกำหนดสิทธิของหุ้นกู้ของบริษัทที่ 3 เท่า

แนวโน้มอันดับเครดิต

แนวโน้มอันดับเครดิต "Stable" หรือ "คงที่" สะท้อนการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะสามารถรักษาสถานะทางการตลาดและผลประกอบการที่น่าพอใจได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังคาดว่าการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพมาบริหารและการติดตามหนี้จะเติบโตในอัตราที่สม่ำเสมอพร้อมกับมีผลประกอบการทั้งในด้านการดำเนินงานและฐานะทางการเงินในระดับที่น่าพอใจด้วยเช่นกัน

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

การปรับเพิ่มอันดับเครดิตและ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตอาจเกิดขึ้นได้ในกรณีที่บริษัทสามารถเพิ่มผลประกอบการทางการเงินได้โดยที่ยังคงรักษาระดับภาระหนี้อย่างระมัดระวัง ในทางกลับกัน อันดับเครดิตและ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตอาจปรับลดลงหากผลประกอบการของบริษัทถดถอยลงจนส่งผลกระทบต่อการสร้างกระแสเงินสด หรือภาระหนี้ปรับเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมากจนทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเพิ่มขึ้นมากกว่า 2.5 เท่า


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ