KTBST ประเมิน SET สัปดาห์นี้ผันผวนในกรอบ 1,650-1,690 จุด รอดูประชุมเฟด ,ติดตามเจรจาการค้าฯสัปดาห์หน้า

ข่าวหุ้น-การเงิน 18 มิถุนายน พ.ศ. 2562 12:19 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

KTBST ประเมิน SET สัปดาห์นี้ผันผวนในกรอบ 1,650-1,690 จุด รอดูประชุมเฟด ,ติดตามเจรจาการค้าฯสัปดาห์หน้า

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บล.เคทีบี (ประเทศไทย) หรือ KTBST เปิดเผยว่า แนวโน้มการเคลื่อนไหวของ SET สัปดาห์นี้ (18-21 มิ.ย.) ในช่วง 1,650-1,690 จุด โดยดัชนียังมีความผันผวนบ้างจากปัจจัยทั้งในและนอกประเทศ ทั้งเรื่องการประชุมคณะกรรมการนโยบายทางการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 18-19 มิ.ย. นี้ ซึ่งจะมีการระบุถึงแนวโน้มที่จะลดอัตราดอกเบี้ยลง แต่คาดว่าจะยังไม่ลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้เพียงแค่ส่งสัญญาณ แต่ตลาดเริ่มสะท้อนข่าวในเรื่องนี้แล้ว ทำให้เริ่มมีเงินไหลเข้าตลาดเกิดใหม่

KTBST ประเมิน SET สัปดาห์นี้ผันผวนในกรอบ 1,650-1,690 จุด รอดูประชุมเฟด ,ติดตามเจรจาการค้าฯสัปดาห์หน้า

อีกประเด็นสำคัญสำหรับทิศทางตลาดโลกคือเรื่องการเจรจาการค้าของสหรัฐฯกับจีน ที่คาดว่าจะมีการพบกันของผู้นำประเทศทั้ง 2 ในการประชุม G20 วันที่ 28 มิ.ย.นี้ แต่ล่าสุดยังไม่มีแนวโน้มที่ทั้ง 2 คนจะพบกัน และหากไม่มีการเจรจาเกิดขึ้นจริงในวันที่ 28 มิ.ย. อาจมีผลให้ตลาดเกิดความกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯอาจถดถอย

นอกจากนี้ยังต้องติดตามปัญหาในตะวันออกกลางที่เกิดความตรึงเครียดขึ้น หลังเกิดเหตุวินาศกรรมเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานับเป็นลำที่ 6 ในรอบ 1 เดือน ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นทันที ขณะเดียวกันการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในวันที่ 25-26 มิ.ย. ที่ประชุมเตรียมที่จะคงกำลังการผลิตไว้เช่นกัน โดยภาพรวมถือเป็นผลบวกต่อราคาน้ำมันรวมถึงผู้ผลิตน้ำมันด้วย

ส่วนปัจจัยในประเทศ ในส่วนรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งคณะรัฐมนตรี ก็ยังไม่ชัดเจนทั้งหมด แต่กระทรวงด้านเศรษฐกิจที่สำคัญไม่น่ามีการเปลี่ยนแปลงจากรายชื่อที่ประกาศออกมา ดังนั้น KTBST ประเมินว่าเสถียรภาพของรัฐบาลหลังตั้งคณะรัฐมนตรีเสร็จสิ้นแล้วจะมีไม่สูงมาก เนื่องจากเสียงคะแนนที่มากกว่าฝ่ายค้านเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ในด้านตลาดหุ้นจะได้ปัจจัยบวกในช่วงสั้น ๆ จากมาตรการและแผนการลงทุนที่ทำไว้จากรัฐบาลชุดที่ผ่านมา

ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนในสัปดาห์นี้ควรพิจารณาปัจจัยบวกที่จะมีผลต่อหุ้นรายตัว โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มที่ผลกำไรเติบโตดี (Defensive) เช่น กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ , กลุ่มกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน , กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและกลุ่มก่อสร้าง ที่เริ่มมีการซื้อหุ้นกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น โดยแนะนำให้เลือกหุ้นเหล่านี้สำหรับจัดพอร์ตลงทุน ได้แก่ AMATA , CK , PTTEP, GULF, TRUE, GUNKUL, JMT, CPNREIT


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ