NWR คาดครึ่งปีหลังขาดทุนลดลงหรือกำไรเล็กน้อย หลังปัญหาส่งมอบงานคลี่คลาย,ปรับลดเป้ารายได้อสังหาฯรับผล LTV

ข่าวหุ้น-การเงิน 13 กันยายน พ.ศ. 2562 18:05 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายวิสุทธิ์ สุวรรณวิทย์เวช รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ (NWR) เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนิน ขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างรอผลการประมูลงานมูลค่ารวม 2.6 หมื่นล้านบาท คาดหวังจะได้รับงานราว 15% อีกทั้งยังอยู่ระหว่างรอการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ประกาศผลอย่างเป็นทางการในการประมูลงานก่อสร้างทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ระยะทางรวม 18.7 กิโลเมตร ซึ่งบริษัทชนะการประมูล มูลค่า 1.6 พันล้านบาท

งานในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้คาดว่าจะขาดทุนลดลงหรือพลิกกลับมามีกำไรได้ หลังจากที่ครึ่งปีแรกบริษัทขาดทุน 203.47 ล้านบาท เนื่องจากปัญหาการส่งมอบงานที่ล่าช้า แต่ปัจจุบันปัญหาดังกล่าวสามารถแก้ไขได้แล้ว ทำให้การส่งมอบงานเดินหน้าได้ และคาดว่าจะเริ่มเห็นผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/62 และไตรมาส 4/62 ฟื้นตัวขึ้นตามลำดับ โดยในครึ่งปีหลังบริษัทจะมีการรับรู้รายได้จากมูลค่างานในมือ (Backlog) 20% จาก Backlog ทั้งหมด 1.6 หมื่นล้านบาท

นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า บริษัทได้ส่งจดหมายถามความคืบหน้าไปที่กทพ.แล้ว 2 ครั้ง และยังไม่คำตอบกลับมา ซึ่งบริษัทเตรียมเข้าไปศึกษากฏระเบียบและเงื่อนไขต่างๆเพื่อเรียกร้องให้ กทพ.ประกาศผลผู้ชนะการประมูลอย่างเป็นทางการ หลังที่การประมูลเสร็จสิ้นและทราบผลการประมูลอย่างไม่เป็นทางการไปแล้วในช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งหากบริษัทได้งานตามที่คาดไว้จะทำให้มูลค่า Backlog ของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่า Backlog ที่สูงสุดของบริษัท

นอกจากนี้ บริษัทยังมีงานที่อยู่ระหว่างติดตามเพื่อเตรียมเข้าประมูลอีก ได้แก่ งานโครงการท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 งานโครงการท่าเรือแหลมฉบัง และงานในประเทศเมียนมา ซึ่งสนใจเข้าไปรับเหมางานก่อสร้างโรงไฟฟ้า โดยบริษัทมีการติดตามงานโรงไฟฟ้าในเมียนมาอยู่ 2-3 โรง มูลค่ารวมหลักพันล้าน เป็นโอกาสที่บริษัทจะสามารถขยายงานให้เพิ่มขึ้น

ด้านธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท มานะพัฒนาการ จำกัด ในช่วงที่เหลือของปีนี้ไม่มีแผนเปิดโครงการใหม่แล้ว หลังจากที่เปิดไป 2 โครงการในปีนี้ คือ คอนโดมิเนียม Aspen ลาซาล เฟส C มูลค่า 821 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 18% และบ้านเดี่ยว บารานี เรสซิเดนซ์ รังสิต คลอง 3 มูลค่า 850 ล้านบาท ขายไปแล้ว 50% และได้โอนไปแล้ว 44% และแจจุบันมีมูลค่า Backlog อยู่ที่ 314 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยโอนเข้ามา

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับลดเป้ารายได้จากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายในปีนี้เหลือ 500 ล้านบาทจากเดิมที่ 800 ล้านบาท หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการ LTV มาตั้งแต่ไตรมาส 2/62 ทำให้การโอนเกิดการชะลอตัว และทำให้บริษัทยังไม่เร่งการเปิดโครงการใหม่

ขณะเดียวกันยังมองหาการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นในรูปแบบมิกซ์ยูสเพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้ประจำเข้ามาให้กับบริษัท ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาการนำที่ดิน 20 ไร่ ย่านบางนา-กม.4 มาพัฒนาเป็นโครงการอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวยังมีความต้องการอาคารสำนักงานเป็นจำนวนมาก และเป็นการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับโครงการคอนโดมิเนียม Aspen ของบริษัทที่เสริมเข้ามาด้วย แต่ยังไม่มีระยะเวลาที่แน่ชัดในการตัดสินใจลงทุนโครงการดังกล่าวในขณะนี้ เพราะเพิ่มเริ่มต้นศึกษาการลงทุนโครงการ

ส่วนธุรกิจร้านอาหารเตรียมที่จะเปิดร้านใหม่ในซอยสุขุมวิท 36 ซึ่งเป็นร้านอาหารอิตาเลียน ชื่อร้าน L’oliva ซึ่งจะมีการนำ

เชฟชาวอิตาลีเข้ามา โดยมีกำหนดเปิดให้บริการภายในเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้เปิดร้านอาหารไปแล้ว 2 แห่ง คือ ร้านใบบัว สาขาสีลม และลาซาล โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าและสร้างรายได้เข้ามาเสริมให้กับบริษัท

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ