กสทช.เตรียมเปิดให้รายใหม่-รายเดิมยื่นเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมในปี 63 หลังรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ 21 ต.ค.

ข่าวหุ้น-การเงิน 9 ตุลาคม พ.ศ. 2562 16:36 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ดาวเทียมไทยจะมีทิศทางในการเปลี่ยนจากระบบสัมปทานมาสู่ระบบใบอนุญาต เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่มีขั้นตอนการอนุญาตที่ชัดเจนและเกิดการแข่งขันภายใต้กติกาเดียวกัน นอกจากนี้ยังได้เปิดโอกาสให้ใช้ประโยชน์จากดาวเทียมต่างชาติในประเทศไทยด้วย ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนที่ใช้งานดาวเทียมมีทางเลือกมากยิ่งขึ้นจากการแข่งขันที่ไร้การผูกขาด พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าวว่า ในอนาคตหากมีการเปิดเสรีดาวเทียม ถ้าไม่มีการรักษาสมดุลระหว่างดาวเทียมไทยกับดาวเทียมต่างชาติอาจส่งผลให้ดาวเทียมไทยในอนาคตไม่มีที่ไป ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับปี 60 มาตรา 60 บัญญัติให้ "รัฐต้องรักษาไว้ซึ่งคลื่นความถี่และสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมอันเป็นสมบัติของชาติ"

และได้มีการแก้ไขกฎหมายให้ กสทช.ดำเนินการตามมาตรา 60 ในนามรัฐ ทำให้ กสทช.ต้องทำหน้าที่ดังกล่าวตามที่กฎหมายกำหนด และกสทช.ได้อนุมัติในหลักการต่อ (ร่าง) แผนการบริหารสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม รวมทั้งประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการใช้สิทธิวงโคจรดาวเทียม และหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติ โดยในวันที่ 21 ต.ค. 2562 จะมีการจัดทำประชาพิจารณ์ (ร่าง) แผนฯ และประกาศหลักเกณฑ์ทั้ง 2 ฉบับ

แผนการบริหารสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมจะเป็นทิศทางในการกำหนดแนวทางการบริหารกิจการดาวเทียมของประเทศไทย โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม หรือที่เรียกว่าเอกสารข่ายงานดาวเทียม (Satellite Network Filing) ทั้งหมดของประเทศไทยอันเป็นสมบัติของชาติ ที่กำหนดคุณสมบัติทางเทคนิคของดาวเทียม คลื่นความถี่ที่ใช้งาน วงโคจร (Slot) และพื้นที่บนโลกที่ใช้งานได้ (Footprint) ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับที่ ITU กำหนด

นอกจากนั้น แผนฯ ยังได้กำหนดแนวทางในการให้ได้มาและ รักษา รวมทั้งการสละสิทธิ โดยมีสาระสำคัญ เช่น การแบ่งประเภทของสิทธิเป็นสิทธิขั้นต้นและขั้นสมบูรณ์ตามหลักเกณฑ์ของ ITU ทำให้การรักษาสิทธิจะรักษาเฉพาะสิทธิหรือข่ายงานดาวเทียมขั้นสมบูรณ์ที่มีดาวเทียมใช้งานอยู่จริง

สำหรับการอนุญาตให้มีการใช้สิทธินั้นหากเป็นสิทธิขั้นต้นกรณีข่ายงานดาวเทียมใหม่ จะพิจารณาโดยใช้หลักใครมาขอก่อนได้ก่อน

"สำหรับสิทธิขั้นสมบูรณ์เดิม กสทช.จะออกประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการใช้สิทธิ เพื่อให้เกิดการแข่งขัน และมีบทเฉพาะการรองรับการอนุญาตใช้สิทธิสำหรับบมจ.ไทยคม (THCOM) ไปจนกว่าอายุสัญญาสัมปทานจะสิ้นสุด ซึ่งเป็นหลักการที่ใช้กับสัมปทานคลื่นความถี่ เช่นเดียวกัน" พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าว

รองเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ไทยยังเหลือ 3 ไฟลิ่งที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิวงโคจร ได้แก่ วงโคจร 50.5 องศา 2 ไฟลิ่ง และ 120 องศาตะวันออก อีก 1 ไฟลิ่ง จากทั้งหมดที่มี 14 ไฟลิ่ง ซึ่ง THCOM ใช้อยู่ 11 ไฟลิ่ง ได้แก่ วงโคจร 78.5 องศา ใช้ 6 ไฟลิ่ง ใช้กับดาวเทียมไทยคม 5,6,8 วงโคจร 119.5 องศาใช้ 2 ไฟลิ่งกับดาวเทียมไทยคม 4 และวงโคจร 120 องศาตะวันออก ใช้ 3 ไฟลิ่งกับดาวเทียมไทยคม 7

ในปี 63 กสทช.จะเปิดให้บริษัทเดิม คือ THCOM และรายใหม่ขออนุญาตเข้าใช้วงโคจรที่ยังไม่ได้ใช้ 3 ไฟลิ่ง ในปีหน้าโดยเฉพาะ วงโคจร 50.5 องศาใกล้หมดสิทธิการใช้ ที่ไทยมีสิทธิอยู่โดยจะออกหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการใช้สิทธิ หลังทำประชาพิจารณ์ แล้ว โดยขณะนี้มี 2 รายที่สนใจ คือ THCOM และ นิวสเปซ ทั้งนี้อาจจะใช้วิธี Beauty Contest

สำหรับหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติ (Landing Right) นั้น เป็นการเปิดให้ผู้ประสงค์จะใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติเพื่อประกอบการให้แก่บุคคลอื่นทั่วไปรวมถึงผู้ประกอบการดาวเทียมต่างชาติที่ประสงค์จะประกอบการดาวเทียมสื่อสารในประเทศไทย ซึ่งจะต้องได้รับการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมหรือการอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ตามกฎหมายไทยแล้วแต่กรณีด้วย และต้องสอดคล้องตามนโยบายที่คณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติกำหนด ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวส่งผลให้ทิศทางดาวเทียมของประเทศไทยจะไปสู่การเปิดตลาดเพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรมตามหลักสากล โดยมีหลักเกณฑ์ วิธีการในการอนุญาต ที่โปร่งใส ชัดเจน ตามประกาศที่จะเกิดขึ้น


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ