ข่าวอินโฟเควสท์
22:07 ธนาคารกลางฮ่องกงประกาศลดการดำรงเงินกองทุนส่วนเพิ่ม หวังช่วยพยุงภาคธุรกิจ-เศรษฐกิจจากเหตุประท้วงยืดเยื้อ   ธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) ประกาศปรับลดอ…
21:36 ปอนด์ร่วง ขณะเจรจา Brexit เข้าใกล้โค้งสุดท้าย   เงินปอนด์อังกฤษร่วงลงในวันนี้ หลังจากที่ปรับตัวขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนักลงทุนต่างจับตาความค…
21:16 รมว.คลังสหรัฐเผย สหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าจีนตามกำหนด 15 ธ.ค. หากไม่มีการทำข้อตกลง   นายสตีเฟน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เปิดเผยว่า ตนและนายโรเบิร์ต ไ…
21:11 ดาวโจนส์เปิดลบ เหตุนลท.ไม่มั่นใจสหรัฐ-จีนเซ็นดีลการค้า   ดัชนีดาวโจนส์เปิดแดนลบในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกลับมากังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การค…
20:14 "ปูติน" เยือนซาอุฯอย่างเป็นทางการ ส่งสัญญาณขยายอิทธิพลของรัสเซียในตะวันออกกลาง   ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย เดินทางถึงกรุงริยาดห…

SPALI เล็งจับมือพันธมิตรพัฒนาคอนโดฯในฟิลิปปินส์ พร้อมมองโอกาสขยายสู่เมียนมา-อังกฤษ

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 9 ตุลาคม 2562 17:35:29 น.

นายประศาสน์ ตั้งมติธรรม กรรมการที่ปรึกษา บมจ.ศุภาลัย (SPALI) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการกลับเข้าไปลงทุนใหม่ในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมร่วมกับพันธมิตร เนื่องจากบริษัทมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ เพราะชาวฟิลิปปินส์มีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น และผู้ที่ออกไปทำงานต่างประเทศก็มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน เงินบาทมีทิศทางแข็งค่าในปัจจุบัน ยังเป็นโอกาสที่บริษัทจะเข้าไปลงทุนด้วยต้นทุนที่ถูกลง

แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทจะมีการศึกษาการลงทุนอย่างระมัดระวัง เพราะการลงทุนในต่างประเทศถือว่ายังมีความเสี่ยงมากกว่าการลงทุนในประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่ไม่ได้มีความคุ้นเคยมากนัก ขณะที่บริษัทยังมองหาโอกาสในการลงทุนต่างประเทศอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น เมียนมาและอังกฤษ โดยในเมียนมาได้เข้าไปศึกษาแล้ว แต่ยังติดปัญหาราคาที่ดินสูงมาก อาจจะไม่คุ้มค่าในการลงทุน ส่วนอังกฤษก็มีความน่าสนใจ แต่ยังไม่ได้เข้าไปศึกษาอย่างจริงจัง

ส่วนการลงทุนในออสเตรเลีย ล่าสุดบริษัทได้เพิ่มเงินลงทุนอีก 8 ล้านดอลลาร์ออเตรเลีย เพื่อพัฒนาโครงการใหม่ โดยการลงทุนในออสเตรเลียถือว่าได้รับผลตอบแทนลงทุนกลับมาดี หลังจากการพัฒนาโครงการของบริษัทร่วมกับพันธมิตรในช่วงที่ผ่านมาประสบความสำเร็จ ทำให้บริษัทยังคงจะเดินหน้าลงทุนในออเตรเลียอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นประเทศที่มีความคุ้นเคย รวมไปถึงแนวโน้มเศรษฐกิจของออสเตรเลียเริ่มเห็นการฟื้นตัว

นายประศาสน์ กล่ววอีกว่า สำหรับแนวโน้มภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยในช่วง 2 ปีนี้ (ปี 62-63) มองว่าน่าจะชะลอตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากปัจจัยมาตรการ LTV ส่งผลกระทบต่อตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผู้ประกอบการชะลอการเปิดโครงการใหม่ ประกอบกับกำลังซื้อก็ยังชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ

ดังนั้น จึงมองว่าแนวโน้มยอดขายของภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 62 คงจะลดมาอยู่ที่ 80,000 หน่วย จากปีก่อนที่ขายได้ 120,000 หน่วย โดยลดลงทั้งตลาดคอนโดมิเนียมและแนวราบ ซึ่งตลาดคอนโดมิเนียมได้รับผลกระทบจากการที่นักลงทุนและลูกค้าชาวจีนหายไปจากตลาด ทำให้การขายโครงการชะลอตัว ส่วนแนวราบเป็นผลมาจากลูกค้าต้องเพิ่มเงินดาวน์มากขึ้นเป็น 20% จากเดิมที่ 10% ทำให้บางกลุ่มชะลอการซื้อออกไป

แต่ทั้งนี้ ยังมองว่าอัตราการขายในปีนี้จากคำนวณได้ผลออกมาที่ระดับ 25% ยังถือว่าเป็นอัตราการขายที่ปกติที่ระดับ 20-25% ถือว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงอยู่ในภาวะปกติ จึงไม่น่ากังวลว่าจะเกิดวิกฤต แม้ว่าจะมีปัจจัยกดดันเข้ามาก็ตาม เพราะเป็นระดับที่ผู้ประกอบการยังสามารถอยู่รอดได้ และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 20-25% นับเป็นอัตราปกติของผู้ประกอบรายใหญ่และรายเล็ก แต่หากอัตราการขายลดลงต่ำกว่า 20% ถือว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวอย่างชัดเจน แต่จากข้อมูลที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 54-61 ยังไม่เคยเกิดชึ้น

ด้านจำนวนการเปิดโครงการใหม่ในกรุงเทพฯและปริมณฑลในปีนี้มีแนวโน้มลดลงมาอยู่ที่ 80,000 ยูนิต จากปีก่อนที่ 120,000 ยูนิต ซึ่งเป็นไปตามภาวะของตลาดที่ผู้ประกอบการมองว่าอาจจะเกิดภาวะการชะงักงันจากผลกรพทบของปัจจัย LTV เกิดขึ้น ทำให้มีการชะลอการเปิดโครงการใหม่และเลื่อนการเปิดโครงการออกไป ซึ่งปัจจัยการเปิดโครงการใหม่ที่ลดลงยังส่งผลกระทบมาถึงการขายที่ลดลงไปด้วย แต่ถือว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงอยู่ในภาวะปกติ ยังไม่มีความน่ากังวลในขณะนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง