"แดน เหตระกูล" ลั่นนำ IRCP ดันรายได้โต 50% เล็งล้างขาดทุนฯ-ส่งบ.ลูกเข้าตลาดหุ้น

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday March 17, 2021 16:58 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายแดน เหะตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อินเตอร์เนชั่นแนล รีเสริช คอร์ปอเรชั่น (IRCP) เปิดเผยว่า บริษัทวางแผนผลักดันผลการดำเนินงานกลับมาเทิร์นอะราวด์ มีรายได้และกำไรเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และเพื่อนำกำไรและส่วนเกินผู้ถือหุ้นมาล้างขาดทุนสะสม ให้สามารถกลับมาจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้ หลังจากคณะกรรมการมีมติให้มีการปรับโครงสร้างทุนครั้งใหญ่ด้วยการลดมูลค่าราคาพาร์จาก 1 บาท เหลือ 0.50 บาท และเพิ่มทุนจดทะเบียนขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อเป้าหมายทำให้ IRCP มีโครงสร้างทุนที่แข็งแกร่ง และมีเงินทุนใหม่มารองรับการขยายธุรกิจ และรับงานใหม่ ๆ เพื่อสร้างการเติบโต

"ผมและคุณพ่อคือนายประชา เหตระกูล พร้อมใช้สิทธิในการเพิ่มทุนเต็มที่ตามสิทธิที่ถือหุ้นอยู่ และพร้อมใช้เกินส่วนสิทธิ หากมีผู้ถือหุ้นรายอื่นไม่ใช้สิทธิ เพราะเรามีความพร้อมและมีความมั่นใจในทิศทางธุรกิจ ที่สำคัญเรามีความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับบริษัท โดยตลอด 1 ปี 8 เดือน ที่ผมเข้ามาเป็นซีอีโอธุรกิจกลับมาเทิร์นอะราวด์ได้อย่างต่อเนื่อง"นายแดน กล่าว

บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 64 เติบโต 50% จากปีก่อนที่มีรายได้ 942 ล้านบาท โดยจะมาจากการทยอยรับรู้งานในมือ (Backlog) ที่ปัจจุบันมีอยู่ราว 350 ล้านบาท ยังไม่รวมงานโครงการเปลี่ยนระบบคอมพิวเตอร์เมนเฟรมเป็นระบบ Web Application ของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ที่เพิ่งได้รับเข้ามา 837.88 ล้านบาท อายุสัญญา 3 ปี คาดว่าจะเซ็นสัญญาในช่วงปลายเดือน มี.ค.หรือต้นเดือน เม.ย.64 ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้เข้ามาภายในปีนี้ราว 30% ของมูลค่างานทั้งหมด

ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงเดินหน้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง เน้นงานภาครัฐเป็นหลัก เนื่องจากหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐยังคงมีการพัฒนาปรับปรุงระบบไอที และการที่บริษัทได้รับงานจาก สปส.เข้ามาก็จะเป็นโอกาสที่บริษัทจะคว้างานจากภาครัฐได้มากขึ้น โดยมีแผนเข้าประมูลงานภาครัฐมากกว่า 20 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1 พันล้านบาทในปี 64 และบริษัทยังตั้งเป้าหมายภายในให้ทีมงานของบริษัทต้องหางานใหม่เข้ามาขั้นต่ำ 100 ล้านบาท/เดือน เพื่อทำให้บริษัทมีงานอื่นๆเข้ามาเสริมรายได้เพิ่มเติมจากงานชิ้นใหญ่ที่ได้รับมาแล้ว

ปัจจุบันงานของบริษัทส่วนใหญ่เป็นงานภาครัฐสัดส่วน 90% และงานภาคเอกชน 10% โดยบริษัทวางแผนในอนาคตที่จะกระจายสัดส่วนงานเพื่อลดความเสี่ยง ซึ่งจะแบ่งสัดส่วนเป็นงานภาครัฐ 30% งานภาคเอกชน 30% และงานของลูกค้าราย่อย 30% โดยงานของ สปส.จะทำให้บริษัทสามารถนำฐานข้อมูลไปต่อยอดบริการอื่นๆ ได้ และนำไปเชื่อมต่อกับองค์กรต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้ารายย่อยได้มากขึ้น

"เรามองธุรกิจ IRCP ไม่ได้เป็นแค่บริษัทรับเหมาวางระบบอย่างเดียว แต่เรามองเป็น Data company ที่จะสร้าง New S Curve ให้กับธุรกิจ ขยายฐานลูกค้า และสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจอย่างเต็มที่ และเราก็เปิดรับพันธมิตรที่มีสิ่งที่น่าสนใจมาเสนอร่วมกับธุรกิจได้"นายแดน กล่าว

สำหรับแผนปรับโครงสร้างทุนของบริษัททั้งหมด เมื่อได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ในวันที่ 9 เม.ย. 64 บริษัทจะมีการลดทุนและคาดว่าจะมีการขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นได้ช่วงเดือน ก.ค.64 และจะมีการล้างขาดทุนสะสมบางส่วน จาก ณ สิ้นปี 63 ในงบการเงินเฉพาะกิจการมีขาดทุนสะสมอยู่ 297 ล้านบาท ซึ่งจะลดลงเหลือเพียง 27.47 ล้านบาท และคาดว่าผลดำเนินงานที่กลับมาพลิกฟื้นได้อย่างต่อเนื่องจะทำให้สามารถล้างขาดทุนได้หมดภายในปี 65 นายอดิศร สิงห์ฤาเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไอที กรีน จำกัด (ITG) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ IRCP ถือหุ้นอยู่ 91.14% ผู้ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าไอทีประเภทผลิตภัณฑ์ระดับองค์กร กล่าวว่า ที่ผ่านมา ITG มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นโดยตลอดมา มีเพียงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ที่มีการระบาดของโควิด-19 และมีการปรับพอร์ตสินค้า ทำให้ยอดขายลดลงมาบ้าง แต่บริษัทยังคงทำกำไรได้ต่อเนื่องทุกปี ในปี 63 มีรายได้ 486.51 ล้านบาท และมั่นใจว่าธุรกิจของบริษัทยังมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ทำให้ผู้บริโภคและภาคธุรกิจปรับตัวเข้าสู่โลกดิจิทัลมากขึ้น ทำให้มีความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเพิ่มขึ้น ถือเป็นโอกาสของธุรกิจภายใต้ภาวะวิกฤติโควิดที่เกิดขึ้นของเครือข่ายข้อมูลทั้งแบบมีสายและไร้สาย (Wired & Wirelees Network)

ขณะที่งานด้านความปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT Security) และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (Data Privacy) ถือเป็นโอกาสของธุรกิจอุปกรณ์เครือข่ายแลขโปรแกรมระบบรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย ที่มีแนวโน้มเติบโตได้อีกมากตามธุรกรรมบนโลกออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น เพราะสินค้าหลักของ ไอทีกรีน คือสินค้าที่จัดการเกี่ยวกับระบบความปลอดภัยข้อมูลให้กับองค์กร ภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ด้าน Network & Security ซึ่งปัจจุบันมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าว่าจะสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้นทุกปีและเพิ่มขึ้นแตะระดับ 1 พันล้านบาทภายใน 5 ปี และวางแผนที่จะนำไอทีกรีนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 3 ปี


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ