ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงในวันนี้ โดยดัชนีดิ่งลงต่ำกว่าระดับ 10,000 จุดเป็นครั้งแรกในรอบ 2 เดือน เนื่องจากความกังวลที่ว่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นจะบั่นทอนกำไรของบริษัทส่งออก และขัดขวางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดร่วงลง 154.59 จุด หรือ 1.53% แตะที่ 9,978.64 จุด
มาซามิ ยามาโมโตะ นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ไดวา เอสเอ็มบีซี กล่าวว่า นักลงทุนวิตกกังวลต่อสถานการณ์เงินเยนที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรของบริษัทส่งออกญี่ปุ่นในตลาดโลก
ภาวะการซื้อขายในตลาดซบเซามากขึ้นเมื่อธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เปิดเผยว่า ความเชื่อมั่นทางธุรกิจของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ของญี่ปุ่น (ทังกัน) ประจำไตรมาส 3 ซึ่งรวมถึงผู้ผลิตรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เพิ่มขึ้นแตะระดับ -33 จุด จากไตรมาส 2 ที่ระดับ -48 จุด ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย และสะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ของญี่ปุ่นซึ่งรวมถึงผู้ผลิตรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ยังคงมองว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังฟื้นตัวไม่มากพอที่ทางบริษัทจะเพิ่มการลงทุนในระยะนี้
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นโตเกียวดิ่งลงหลังจากดัชนีดาวโจนส์ปิดลบเมื่อคืนนี้ ภายหลังจากสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) ของสหรัฐเปิดเผยดัชนีธุรกิจเขตชิคาโกร่วงเกินคาดสู่ระดับ 46.1 จุดในเดือนก.ย.ซึ่งเป็นระดับที่บ่งชี้ถึงการหดตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาค
ทั้งนี้ ราคาหุ้นดิ่งลงเกือบทั่วทั้งกระดาน โดยหุ้นกลุ่มหลักทรัพย์ สิ่งทอ และธนาคาร ร่วงลงหนักสุด ขณะที่หุ้นกลุ่มขนส่งทางอากาศและกลุ่มเหมืองแร่ ดีดตัวขึ้นเล็กน้อย