ข่าวอินโฟเควสท์
14:10 จีนอนุมัติโครงการลงทุนสินทรัพย์ถาวรกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.ค.   จ้าว เฉินซิน โฆษกคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน (NDRC) …
14:00 (เพิ่มเติม1)ANALYST PICKS:หุ้นเด่นจากนักวิเคราะห์ วันที่ 16 สิงหาคม 2561   หุ้นเด่นจากนักวิเคราะห์ (ANALYST PICKS) รวบรวมจากบทวิเคราะห์ของโบรกเ…
14:00 กลยุทธ์การลงทุนรอบบ่ายวันที่ 16 สิงหาคม 2561   โบรกเกอร์ แนวรับ แนวต้าน กลยุทธ์ จากบทวิเคราะห์ ASL 1,666/1,660 1,678/1,690 ดัชนีภาคเช้าปรับตัวล…
13:55 ปาปัวนิวกินีเตรียมความพร้อมสนามบินนานาชาติ หวังรองรับการประชุมสุดยอดเอเปกเดือนพ.ย.นี้   นายคริสโตเฟอร์ ฮอว์กินส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารการ…

SCC ใช้เงิน 2.4 พันลบ.เข้าซื้อหุ้น 29% ในธุรกิจค้าปลีก-กระจายสินค้าวัสดุก่อสร้างในอินโดฯ

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 16 กรกฎาคม 2561 13:06:37 น.

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC)  เปิดเผยว่า บริษัทได้บรรลุข้อตกลงแบบมีเงื่อนไขเพื่อเข้าซื้อหุ้น 29% ใน PT Catur Sentosa Adiprana Tbk (CSA) ซึ่งดำเนินธุรกิจหลัก 2 ประเภท ประกอบด้วยธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่และธุรกิจกระจายสินค้าวัสดุก่อสร้างและสินค้าเกี่ยวกับบ้านในตลาดอินโดนีเซียที่มีขนาดใหญ่และมีการเติบโตสูง

ธุรกรรมดังกล่าวคิดเป็นมูลค่า 1,035 พันล้านรูเปีย (ประมาณ 2,400 ล้านบาท) โดยเป็นการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนออกใหม่และหุ้นเดิมของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในปัจจุบันและผู้ก่อตั้งบริษัทซึ่งจะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจควบคุมใน CSA คาดว่าธุรกรรมข้างต้นจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 3 ของปี 2561 เมื่อ CSA ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขบังคับก่อนเสร็จสมบูรณ์ การเข้าถือหุ้นดังกล่าว SCC จะดำเนินการผ่านบริษัทเอสซีจี รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ SCC ถือหุ้นทั้งหมด

CSA เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียในชื่อย่อหลักทรัพย์ "CSAP.JK" ที่ประกอบธุรกิจร้านค้าปลีกสมัยใหม่สำหรับสินค้าเกี่ยวกับบ้านชื่อ Mitra 10 ซึ่งเปิดดำเนินการอยู่จำนวน 27 สาขา ในเมืองหลักส่วนใหญ่ของประเทศ รวมทั้งธุรกิจกระจายสินค้าที่มีเครือข่ายร้านค้าปลีกสำหรับสินค้าวัสดุก่อสร้างมากกว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศ โดยในปี 2560 CSA มียอดขายรวมประมาณ 23,700 ล้านบาท และมีสินทรัพย์รวมมูลค่า 12,000 ล้านบาท

การเข้าถือหุ้นใน CSA ข้างต้น จะทำให้ SCC สามารถขยายฐานธุรกิจในตลาดอินโดนีเซียที่กำลังเติบโต อีกทั้งยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งของการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ของ SCC ในอินโดนีเซีย

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง