ข่าวอินโฟเควสท์
18:11 พาณิชย์ นำผู้ประกอบการไทยเจรจาจับคู่ธุรกิจกับกัมพูชา ปิดดีลค้าขายทันทีกว่า 20 ล้านบาท   นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรว…
17:39 เกิดแผ่นดินไหว 6.1 แมกนิจูดในทางตะวันออกของอินโดนีเซีย ไม่มีรายงานสึนามื   กรมอุตุนิยมวิทยาและธรณีฟิสิกส์อินโดนีเซียเปิดเผยกับสำนักข่าวซินหัวผ่…
17:32 รัฐบาลจับมือผู้นำศาสนาร่วมแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างจริงจัง   พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พ…
17:28 ก.ล.ต.จีนสั่งลงดาบนักลงทุน 3 รายฐานฝ่าฝืนข้อกำหนดการซื้อขายหลักทรัพย์   คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของจีน (CSRC) ประกาศลงโทษนักล…

SCC ใช้เงิน 2.4 พันลบ.เข้าซื้อหุ้น 29% ในธุรกิจค้าปลีก-กระจายสินค้าวัสดุก่อสร้างในอินโดฯ

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 16 กรกฎาคม 2561 13:06:37 น.

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC)  เปิดเผยว่า บริษัทได้บรรลุข้อตกลงแบบมีเงื่อนไขเพื่อเข้าซื้อหุ้น 29% ใน PT Catur Sentosa Adiprana Tbk (CSA) ซึ่งดำเนินธุรกิจหลัก 2 ประเภท ประกอบด้วยธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่และธุรกิจกระจายสินค้าวัสดุก่อสร้างและสินค้าเกี่ยวกับบ้านในตลาดอินโดนีเซียที่มีขนาดใหญ่และมีการเติบโตสูง

ธุรกรรมดังกล่าวคิดเป็นมูลค่า 1,035 พันล้านรูเปีย (ประมาณ 2,400 ล้านบาท) โดยเป็นการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนออกใหม่และหุ้นเดิมของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในปัจจุบันและผู้ก่อตั้งบริษัทซึ่งจะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจควบคุมใน CSA คาดว่าธุรกรรมข้างต้นจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 3 ของปี 2561 เมื่อ CSA ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขบังคับก่อนเสร็จสมบูรณ์ การเข้าถือหุ้นดังกล่าว SCC จะดำเนินการผ่านบริษัทเอสซีจี รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ SCC ถือหุ้นทั้งหมด

CSA เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียในชื่อย่อหลักทรัพย์ "CSAP.JK" ที่ประกอบธุรกิจร้านค้าปลีกสมัยใหม่สำหรับสินค้าเกี่ยวกับบ้านชื่อ Mitra 10 ซึ่งเปิดดำเนินการอยู่จำนวน 27 สาขา ในเมืองหลักส่วนใหญ่ของประเทศ รวมทั้งธุรกิจกระจายสินค้าที่มีเครือข่ายร้านค้าปลีกสำหรับสินค้าวัสดุก่อสร้างมากกว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศ โดยในปี 2560 CSA มียอดขายรวมประมาณ 23,700 ล้านบาท และมีสินทรัพย์รวมมูลค่า 12,000 ล้านบาท

การเข้าถือหุ้นใน CSA ข้างต้น จะทำให้ SCC สามารถขยายฐานธุรกิจในตลาดอินโดนีเซียที่กำลังเติบโต อีกทั้งยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งของการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ของ SCC ในอินโดนีเซีย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง