กระทรวงเกษตรสหรัฐเปิดเผยว่า ยอดส่งออกฝ้ายของสหรัฐร่วงลงรวดเร็วที่สุดในรอบ 10 ปี เนื่องจากหลายประเทศระงับคำสั่งซื้อฝ้ายจากสหรัฐซึ่งเป็นผู้ส่งออกฝ้ายรายใหญ่สุดของโลก ซึ่งเป็นผลมาจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงส่งผลให้ความต้องการฝ้ายจากจีนลดลงและฉุดราคาฝ้ายตกต่ำลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี
กระทรวงเกษตรระบุว่า ในช่วง 13 สัปดาห์แรกของรอบปีการตลาดซึ่งเริ่มต้นขึ้นในเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ความล่าช้าในการส่งมอบสินค้า การที่หลายประเทศยกเลิกคำสั่งซื้อและการลดยอดส่งซื้อฝ้ายจากสหรัฐ เกิดขึ้นในปริมาณที่สูงกว่าปีที่แล้วเกือบ 6 เท่า แตะที่ระดับ 329,600 มัด (1 มัด = 500 ปอนด์) หรือ 74,752 เมตริกตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี
แอนดี้ เวล ประธานบริษัท Weil Brothers Cotton Inc ในเมืองมอนต์โกเมอรี มลรัฐอลาบามา กล่าวว่า "ราคาฝ้ายในสหรัฐร่วงลง 54% จากระดับสูงสุดในรอบ 12 เดือนที่ทำไว้ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการฝ้ายที่ปรับตัวลดลงและมีแนวโน้มจะลดลงอีก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากความต้องการฝ้ายในประเทศจีนลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงถ้วนหน้า"
ทั้งนี้ จีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าฝ้ายรายใหญ่สุดของโลก ได้ยกเลิกคำสั่งซื้อฝ้ายจากสหรัฐในปริมาณ 34,100 มัดในรอบสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 23 ต.ค. ส่งผลให้ยอดสั่งซื้อฝ้ายในรอบสัปดาห์ดังกล่าวลดลง 41,300 มัด ซึ่งรวมถึงบังคลาเทศและอินโดนีเซียที่ยกเลิกคำสั่งซื้อฝ้ายจากสหรัฐด้วย
กระทรวงเกษตรสหรัฐคาดการณ์ว่า ปริมาณการใช้ฝ้ายทั่วโลกจะลดลง 3.3% เหลือเพียง 119.3 ล้านมัดในปีการตลาดปัจจุบัน โดยคาดว่าจีนจะใช้ฝ้ายเพียง 15 ล้านมัด ลดลงจากที่ประเมินไว้ในเบื้องต้นที่ 55 ล้านมัด ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 10 ปี เนื่องจากผู้บริโภคลดการใช้จ่ายลง สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงาน