สหรัฐอเมริกาแสดงความเชื่อมั่นว่าการเจรจาสันติภาพกับอิหร่านจะเดินหน้าต่อไปที่ประเทศปากีสถาน ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านระบุว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาเข้าร่วมหารือด้วย ทว่ายังคงมีอุปสรรคสำคัญและความไม่แน่นอนอยู่มาก ในขณะที่ข้อตกลงหยุดยิงใกล้จะหมดอายุลงทุกขณะ
ข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลาสองสัปดาห์ในสงครามครั้งนี้กำลังจะสิ้นสุดลง และแม้ว่าก่อนหน้านี้อิหร่านจะปฏิเสธการเจรจารอบสองในสัปดาห์นี้ ทว่าแหล่งข่าวในปากีสถานที่เกี่ยวข้องกับการหารือเปิดเผยว่า มีแรงหนุนที่อาจทำให้การเจรจากลับมาเริ่มต้นได้อีกครั้งในวันพุธ (22 เม.ย.)
เว็บไซต์ข่าวแอ็กซิออส (Axios) อ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลวอชิงตันว่า เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเดินทางไปยังปากีสถานในวันอังคาร (21 เม.ย.) เพื่อเตรียมการเจรจา ขณะที่หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล (WSJ) รายงานอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า อิหร่านได้แจ้งต่อชาติคนกลางในภูมิภาคแล้วว่าจะส่งคณะผู้แทนไปยังปากีสถานในวันอังคารเช่นเดียวกัน
ขณะที่เจ้าหน้าที่อิหร่านรายหนึ่งเผยเพียงว่า รัฐบาลอิหร่าน "มีท่าทีตอบรับในทางบวก" ต่อการเข้าร่วมเจรจา แต่ย้ำว่าขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินใจใด ๆ
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลอิหร่านได้ออกมาตำหนิสหรัฐฯ อย่างรุนแรงกรณีการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน รวมถึงเหตุการณ์เมื่อวันอาทิตย์ (19 เม.ย.) ที่กองกำลังอเมริกันบุกขึ้นไปยึดเรือพาณิชย์ "ทูสกา" (Touska) ของอิหร่าน โดยชี้ว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและเป็นอุปสรรคต่อวิถีทางการทูต
สำนักข่าวทาสนิม (Tasnim) ซึ่งเป็นสื่อกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานอ้างคำกล่าวของผู้บัญชาการทหารระดับสูงอิหร่านในวันนี้ว่า กองทัพพร้อม "ตอบโต้อย่างเฉียบขาดและทันท่วงที" ต่อความมุ่งร้ายระลอกใหม่จากฝ่ายตรงข้าม ขณะที่ เรซา อามิรี โมกาดัม เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำปากีสถาน โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) ว่า ประเทศที่มีอารยธรรมยิ่งใหญ่จะไม่ยอมเจรจาภายใต้การข่มขู่หรือการใช้กำลัง
ช่วงดึกของวันจันทร์ (20 เม.ย.) โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ หัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาของอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความบนเอ็กซ์กล่าวหาประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าจงใจเพิ่มแรงกดดันผ่านการปิดล้อม โดยระบุว่า ทรัมป์กำลังหลงผิดที่พยายาม "เปลี่ยนโต๊ะเจรจาให้กลายเป็นโต๊ะแห่งการยอมจำนน" หรือพยายามหาความชอบธรรมเพื่อก่อสงครามครั้งใหม่
ผู้นำสหรัฐฯ ต้องการข้อตกลงที่ช่วยสกัดไม่ให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นไปกว่านี้และป้องกันภาวะตื่นตระหนกในตลาดหุ้น แต่ยังคงยืนกรานว่าอิหร่านจะต้องไม่มีขีดความสามารถในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่รัฐบาลอิหร่านหวังใช้การควบคุมช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องต่อรองเพื่อให้ได้ข้อตกลงที่ช่วยหลีกเลี่ยงการกลับสู่สภาวะสงคราม สามารถผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร แต่ต้องไม่ขัดขวางโครงการนิวเคลียร์ของตน
รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าข้อตกลงหยุดยิงนานสองสัปดาห์จะสิ้นสุดลงเมื่อใด ขณะที่แหล่งข่าวในปากีสถานที่เกี่ยวข้องกับการหารือระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะหมดอายุลงในวันพุธที่ 22 เม.ย. เวลา 20:00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ ซึ่งตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 23 เม.ย. เวลา 03:30 น. ตามเวลาอิหร่าน และวันพฤหัสบดีที่ 23 เม.ย. เวลา 07:00 น. ตามเวลาไทย
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงทางทะเลเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า เรือพาณิชย์ทูสกาของอิหร่านน่าจะบรรทุกสิ่งที่สหรัฐฯ จัดว่าเป็นสินค้าที่นำไปใช้งานได้ทั้งทางพลเรือนและทางทหาร (Dual-use items) ขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า ลูกเรือเพิกเฉยต่อคำเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดระยะเวลา 6 ชั่วโมง และเรือลำดังกล่าวได้ละเมิดมาตรการปิดล้อมของสหรัฐฯ
ด้านจีน ซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันดิบรายใหญ่จากอิหร่าน ได้ออกมาแสดงความกังวลต่อ "การใช้กำลังสกัดกั้น" ในครั้งนี้
กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านประณามการยึดเรือในวันนี้ พร้อมเรียกร้องให้มีการปล่อยเรือ ลูกเรือ และครอบครัวในทันที โดยเตือนว่ารัฐบาลเตหะรานจะใช้สรรพกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติ
ด้านปธน.ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ผ่านเครือข่ายสื่อจอห์น เฟรเดอริกส์ (John Fredericks Media Network) เมื่อวันจันทร์ว่า อิหร่านจะยอมเข้าสู่โต๊ะเจรจา แต่ยังคงย้ำจุดยืนว่าสหรัฐฯ จะไม่มีวันยอมให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้
"พวกเขาจะเจรจา และหวังว่าจะสามารถทำข้อตกลงที่เป็นธรรมได้ ซึ่งจะทำให้พวกเขาฟื้นฟูประเทศขึ้นมาใหม่ แต่พวกเขาจะต้องไม่มี... เมื่อพวกเขาทำสิ่งนั้น พวกเขาจะต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์" ทรัมป์กล่าวขณะเดียวกัน ปากีสถานกำลังเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจา แม้จะยังมีความไม่แน่นอนว่าการหารือจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ก็ตาม โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่ามีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเกือบ 20,000 นาย กระจายกำลังรักษาการณ์ทั่วกรุงอิสลามาบัด
เมื่อวันอาทิตย์ ทรัมป์ได้ออกมาขู่ว่าสหรัฐฯ จะทำลายสะพานและโรงไฟฟ้าทุกแห่งในอิหร่านให้ราบคาบ หากฝ่ายเตหะรานปฏิเสธเงื่อนไขของเขา ซึ่งถือเป็นการสานต่อพฤติกรรมการข่มขู่ในลักษณะนี้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องระยะหลัง
ทางฝ่ายอิหร่านก็ตอกกลับว่า หากสหรัฐฯ โจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือนของตน อิหร่านก็จะตอบโต้ด้วยการโจมตีโรงไฟฟ้าและโรงผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านแถบอ่าวอาหรับเช่นเดียวกัน