ภาคธุรกิจทั่วสหราชอาณาจักร (UK) เร่งปลดพนักงานรวมกว่า 11,000 คนในเดือนมี.ค. สาเหตุหลักมาจากภาคเอกชนเริ่มกลับมาระมัดระวังตัวอีกครั้ง หลังมีคำเตือนว่า UK จะเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่บอบช้ำที่สุดจากวิกฤตพลังงานที่เกิดจากสงครามอิหร่าน
ข้อมูลภาษีจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (ONS) ที่เปิดเผยวันนี้ (21 เม.ย.) ระบุว่า ยอดการจ้างงานดังกล่าวลดลงฮวบฮาบที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. และร่วงลงเป็นสองเท่าของเดือนก.พ. ซึ่งย่ำแย่กว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ประเมินไว้ว่าตัวเลขจะทรงตัว
ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ความขัดแย้งที่ดำเนินมา 7 สัปดาห์กำลังสร้างแรงกดดันอีกระลอกต่อตลาดแรงงานที่เพิ่งจะเริ่มฟื้นตัว หลังจากก่อนหน้านี้เจอผลกระทบอย่างหนักจากการขึ้นภาษีการจ้างงานและค่าแรงขั้นต่ำของรัฐบาลพรรคแรงงาน ส่งผลให้ตำแหน่งงานว่างในไตรมาสแรกของปี 2569 ลดลง 29,000 ตำแหน่งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 711,000 ตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปี (นับตั้งแต่ปี 2564)
ขณะเดียวกัน ข้อมูลการสำรวจกำลังแรงงานในช่วง 3 เดือนนับถึงเดือนก.พ. ชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ โดยอัตราการว่างงานโดยรวมลดลงเกินคาดมาอยู่ที่ 4.9% สอดคล้องกับอัตราการว่างงานของเยาวชนที่ปรับตัวลดลงจาก 16% มาอยู่ที่ 15.8%
อย่างไรก็ตาม การที่ตัวเลขคนว่างงานลดลงนั้น มีสาเหตุหลักมาจากสัดส่วน "ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน" (ชาว UK ที่ไม่ได้ทำงานและเลิกหางานทำ) กลับเพิ่มขึ้นแตะระดับ 21% โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนอายุ 16-24 ปี รวมถึงกลุ่มนักศึกษา ซึ่งอาจเกิดจากคนที่หางานทำไม่ได้ ตัดสินใจถอนตัวออกจากตลาดแรงงานไปเลย
ลิซ แมคคีโอน ผู้อำนวยการฝ่ายสถิติเศรษฐกิจของ ONS อธิบายถึงสภาวะดังกล่าวว่า "แม้ตำแหน่งงานว่างจะร่วงลงต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปี แต่อัตราคนตกงานก็ลดลงเช่นกัน ทำให้สัดส่วนตำแหน่งงานว่างต่อผู้ว่างงานหนึ่งคนยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก"
นอกจากนี้ ONS ระบุว่า อัตราการเติบโตของค่าจ้างภาคเอกชนชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 3.2% ในช่วง 3 เดือนนับถึงเดือนก.พ. ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาด และต่ำกว่าระดับ 3.25% ที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ประเมินว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2%
สำหรับแนวโน้มในระยะต่อไป นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าอัตราการว่างงานจะขยับสูงขึ้นอีก เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ พากันเบรกการจ้างงานกะทันหัน สอดคล้องกับที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า UK จะเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากความขัดแย้งครั้งนี้ ซึ่งดันราคาพลังงานให้พุ่งสูงขึ้น พร้อมคาดการณ์ว่าอัตราการว่างงานของ UK ปีนี้จะทะยานขึ้นไปถึง 5.6%
ด้านตลาดการเงินแทบไม่ได้ตื่นตระหนกกับตัวเลขดังกล่าว โดยค่าเงินปอนด์แทบไม่ขยับ นักลงทุนมองว่า BoE จะไม่หั่นดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่จะเลือกขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้ เพื่อสกัดเงินเฟ้อไม่ให้ลุกลามจนเกิดปัญหาค่าจ้างและราคาสินค้าพุ่งขึ้นตามกันเป็นลูกโซ่
ทั้งนี้ คาดว่าตัวเลขที่จะเผยแพร่ในวันพุธ (22 เม.ย.) จะชี้ให้เห็นว่า อัตราเงินเฟ้อเดือนมี.ค. เร่งตัวขึ้นไปอยู่ที่ 3.3% จากระดับ 3% ในเดือนก.พ.