ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันศุกร์ (28 พ.ย.) หลังปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งตลอดทั้งสัปดาห์ และปิดเดือนพ.ย.ด้วยสัญญาณเชิงบวก โดยได้แรงหนุนจากความหวังเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 576.43 จุด เพิ่มขึ้น 1.43 จุด หรือ +0.25%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,122.71 จุด เพิ่มขึ้น 23.24 จุด หรือ +0.29%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 23,836.79 จุด เพิ่มขึ้น 68.83 จุด หรือ +0.29% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 9,720.51 จุด เพิ่มขึ้น 26.58 จุด หรือ +0.27%
ดัชนี STOXX 600 ทำสถิติปรับขึ้นต่อเนื่องรายเดือนยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2567
ดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารยุโรปทรงตัวในวันศุกร์ หลังจากปรับขึ้น 4.5% ตลอดทั้งสัปดาห์ โดยได้แรงหนุนบางส่วนจากงบประมาณของอังกฤษที่ไม่ได้ขึ้นภาษีภาคธนาคาร
กลุ่มธนาคารยังเป็นกลุ่มที่ทำผลงานดีที่สุดประจำเดือนพ.ย. โดยเพิ่มขึ้นกว่า 4% ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 ขณะที่นักลงทุนปรับพอร์ตการลงทุนท่ามกลางความกังวลด้านมูลค่าหุ้นที่กระตุ้นแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกในเดือนนี้
กลุ่มทรัพยากรพื้นฐานนำการปรับขึ้นในวันศุกร์ โดยเพิ่มขึ้น 1.2% หลังได้แรงหนุนจากราคาทองแดงที่พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ และเพิ่มขึ้น 5.7% ในรอบสัปดาห์นี้
นักลงทุนส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงการซื้อขายลอตใหญ่ก่อนวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ เนื่องจากตลาดสหรัฐฯ เปิดทำการเพียงครึ่งวันในวันศุกร์หลังตลาดปิดทำการในวันพฤหัสบดี เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า
ในสัปดาห์หน้า คาดว่านักลงทุนจะให้ความสนใจกับการเจรจาสันติภาพรัสเซียยูเครน โดยยูเครนภายใต้แรงกดดันจากสหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณสนับสนุนกรอบข้อตกลงที่สหรัฐฯ เสนอ แต่ระบุว่ายังมีประเด็นสำคัญที่ต้องตกลงกัน ขณะที่รัสเซียยืนยันให้ยูเครนยอมสละดินแดนยุทธศาสตร์ทางตะวันออก
แม้ความหวังต่อความคืบหน้าจะช่วยหนุนบรรยากาศโดยรวมในยุโรป แต่กลับกดดันหุ้นกลุ่มอากาศยานและกลาโหม ซึ่งปรับตัวลงกว่า 8% ในเดือนนี้ และเป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนแย่ที่สุดในบรรดากลุ่มทั้งหมด