ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงเกือบ 300 จุด หลังกระทรวงยุติธรรมสหรัฐเปิดการสอบสวนทางอาญาต่อนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งถือเป็นความตึงเครียดครั้งใหม่ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และนายพาวเวล ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความเป็นอิสระของเฟด
ณ เวลา 21.40 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ลบ 291.12 จุด หรือ 0.59% สู่ระดับ 49,212.95 จุด
ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลงในวันนี้ ท่ามกลางความวิตกต่อข้อเสนอของปธน.ทรัมป์ในการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ระดับ 10% เป็นเวลา 1 ปี ทำให้นักลงทุนกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อการปล่อยสินเชื่อในตลาด รวมทั้งความสามารถในการทำกำไรของภาคธนาคาร
ทั้งนี้ นายพาวเวลกล่าววานนี้ว่า อัยการรัฐบาลกลางได้เปิดการสอบสวนทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับคำให้การของเขาต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาเกี่ยวกับโครงการปรับปรุงอาคารสำนักงานของเฟด
นายพาวเวลกล่าวว่า การสอบสวนดังกล่าวถือเป็นความพยายามอีกครั้งหนึ่งของปธน.ทรัมป์ในการแทรกแซงนโยบายการเงินของเฟด และเขาจะไม่ยอมอ่อนข้อต่อแรงกดดันดังกล่าว
ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ พุ่งขึ้นกว่า 12% ในวันนี้ ซึ่งบ่งชี้ถึงความวิตกของนักลงทุน หลังมีข่าวการสอบสวนนายพาวเวล
'ตลาดเคยเห็นเรื่องแบบนี้มาแล้วและไม่ชอบเอาเสียเลย ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องของนายพาวเวลโดยตรง แต่เป็นเรื่องของความเป็นอิสระของเฟด ดังนั้นเมื่อมีข่าวลักษณะนี้ออกมา ปฏิกิริยาแรกคือการเทขาย' นายเจย์ วูดส์ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ Freedom Capital Markets กล่าว
ด้านนายกฤษณะ กูฮา หัวหน้าฝ่ายนโยบายโลกและกลยุทธ์ธนาคารกลางของ Evercore ISI กล่าวว่า 'นี่เป็นการบ่งชี้ถึงการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงอย่างชัดเจน เราคาดว่าดอลลาร์ พันธบัตร และหุ้นจะปรับตัวลงในวันนี้ โดยนักลงทุนเทขายสินทรัพย์สหรัฐในลักษณะเดียวกับเดือนเมษายนในปีที่แล้ว ขณะที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีทรัมป์'
ขณะเดียวกัน ตลาดจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของภาคธนาคารในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะบ่งชี้ภาพรวมการใช้จ่ายของผู้บริโภค กิจกรรมการทำข้อตกลงด้านธุรกิจ และรายได้ของภาคธนาคารจากการซื้อขายตราสารหนี้
นอกจากนี้ ตลาดจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนธ.ค.ในวันพรุ่งนี้
ทั้งนี้ ผลการสำรวจนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.7% ในเดือนธ.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 2.7% เช่นกันในเดือนพ.ย.
เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนธ.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 0.3% เช่นกันในเดือนพ.ย.
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าปรับตัวขึ้น 2.7% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.6% ในเดือนพ.ย.
เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนธ.ค. จากระดับ 0.2% ในเดือนพ.ย.