ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพฤหัสบดี (15 ม.ค.) หลังการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ขณะที่ผลประกอบการที่สดใสช่วยหนุนหุ้นกลุ่มการเงิน
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,238.94 จุด เพิ่มขึ้น 54.59 จุด หรือ +0.54%
เศรษฐกิจอังกฤษขยายตัว 0.3% ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นอัตราเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2568 โดยได้แรงหนุนจากการกลับมาเดินสายการผลิตอย่างเต็มรูปแบบของ Jaguar Land Rover หลังถูกโจมตีทางไซเบอร์
นักวิเคราะห์ระบุว่า ตัวเลขจีดีพีอังกฤษที่ออกมาดีกว่าคาด ไม่เพียงช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้รัฐบาล แต่ยังอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นเงินทุนไหลเข้าสู่ดัชนี FTSE 100 และส่งเสริมมุมมองเชิงบวกในระยะสั้น
อย่างไรก็ดี ข้อมูลดังกล่าวไม่ส่งผลต่อมุมมองด้านนโยบายดอกเบี้ย โดยนักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางอังกฤษจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยรวมราว 0.40% ภายในเดือนก.ย.
หุ้น Ashmore Group ซึ่งเป็นผู้จัดการกองทุน พุ่งขึ้น 23% โดยเป็นการปรับขึ้นรายวันที่มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลังรายงานเงินทุนไหลเข้าสุทธิที่แข็งแกร่ง ขณะที่หุ้น Schroders พุ่งขึ้น 9.8% หลังระบุว่ากำไรทั้งปีจะสูงกว่าคาดการณ์ของตลาด
หุ้นกลุ่มผู้จัดการเงินช่วยหนุนดัชนีหุ้นกลุ่มวาณิชธนกิจและโบรกเกอร์ ซึ่งพุ่งขึ้น 5.3% แตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี และทำผลงานดีกว่าหุ้นกลุ่มอื่น ๆ
ดัชนีหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์พุ่งขึ้น 2.4% โดยหุ้น Savills พุ่ง 8.8% หลังเปิดเผยมุมมองการเติบโตประจำปีที่แข็งแกร่ง และหุ้น Safestore Holdings บริษัทคลังสินค้าแบบเช่าพื้นที่ พุ่งขึ้น 5.3% หลังอัปเดตผลการดำเนินงานสาขาที่ดีขึ้น
หุ้น 3i Group พุ่งขึ้น 10% จากข้อมูลของ UBS ที่บ่งชี้ว่า ยอดขายในฝรั่งเศสของ Action ร้านค้าลดราคาซึ่งเป็นบริษัทหลักในพอร์ตของ 3i มีสัญญาณฟื้นตัว
หุ้น Oxford Biomedica พุ่งขึ้น 13.5% หลังผู้ผลิตยีนและเซลล์บำบัดยืนยันว่าได้รับข้อเสนอซื้อกิจการด้วยเงินสดทั้งหมดจากกองทุนที่บริหารโดย EQT
ในทางตรงกันข้าม หุ้น Dunelm ผู้ค้าปลีกสินค้าแต่งบ้าน ร่วงลง 19.5% หลังเตือนว่า สภาพแวดล้อมด้านเศรษฐกิจมหภาคที่ท้าทายและการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ระมัดระวังจะกดดันกำไรทั้งปี