ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันพฤหัสบดี (22 ม.ค.) หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ผ่อนคลายท่าทีเกี่ยวกับกรีนแลนด์ และความหวังเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพในยูเครนช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,150.05 จุด เพิ่มขึ้น 11.96 จุด หรือ +0.12%
กลุ่มสื่อปรับขึ้น 1.9% โดยได้แรงหนุนจากหุ้น Future ที่พุ่งขึ้น 5.8% หลังบริษัทสื่อสิ่งพิมพ์ประกาศเข้าซื้อกิจการ Sheerluxe
หุ้นบริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับยูเครนปรับตัวขึ้นแรง โดยหุ้นสายการบิน Wizz Air พุ่งขึ้น 9% และหุ้นเหมืองแร่ Ferrexpo พุ่งขึ้น 13.3% หลังประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ระบุว่า ทีมเจรจาของยูเครนและรัสเซียจะจัดการประชุมไตรภาคีกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เป็นครั้งแรก
ฤดูกาลประกาศผลประกอบการยังเดินหน้าอย่างคึกคัก โดยหุ้น Computacenter พุ่งขึ้น 10% หลังบริษัทเทคโนโลยีให้มุมมองกำไรเชิงบวก ขณะที่หุ้น Senior ปรับขึ้น 8.7% หลังบริษัทวิศวกรรมปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรทั้งปีเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 เดือน และหุ้น AJ Bell พุ่งขึ้น 3.7% หลังแพลตฟอร์มการลงทุนรายงานเงินไหลเข้าสุทธิในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 27.7%
ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มพลังงานขนาดใหญ่ปรับตัวลง ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบที่ลดลง ขณะที่หุ้นกลุ่มเหมืองโลหะมีค่าช่วยพยุงดัชนีตลาดหุ้นอังกฤษ หลังราคาทองคำปรับขึ้นจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
นักการทูตระบุว่า ผู้นำสหภาพยุโรปจะทบทวนความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ในการประชุมฉุกเฉินในวันพฤหัสบดีนี้ หลังคำขู่ของโดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องมาตรการภาษีและความเป็นไปได้ของการใช้กำลังทหารเพื่อเข้าควบคุมกรีนแลนด์ สั่นคลอนความเชื่อมั่นต่อความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก และสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดการเงินโลกในสัปดาห์นี้
เมื่อวันพุธ ทรัมป์ได้ถอยจากแผนเรียกเก็บภาษีกับสินค้าที่ส่งเข้าสหรัฐฯ จาก 8 ประเทศในยุโรป และยืนยันว่าจะไม่ใช้กำลังทหารเพื่อยึดกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก ส่งผลให้ตลาดโลกปรับตัวขึ้น
ขณะเดียวกัน ข้อมูลภายในประเทศบ่งชี้ว่า รัฐบาลอังกฤษกู้เงินต่ำกว่าที่คาดไว้ในเดือนธ.ค. ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2569 และสร้างความเชื่อมั่นให้กับเรเชล รีฟส์ รัฐมนตรีคลังของอังกฤษ