ตลาดหุ้นเอเชียเปิดผันผวนในวันนี้ (29 ม.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด และไม่ได้ส่งสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตแต่อย่างใด ขณะที่นักลงทุนจับตาทิศทางตลาดหุ้นอินโดนีเซีย หลังจาก MSCI ซึ่งเป็นบริษัทจัดทำดัชนีชั้นนำระดับโลกเตือนว่า ตลาดอินโดนีเซียอาจถูกปรับลดสถานะลงสู่ "ตลาดหุ้นชายขอบ" (Frontier Market)
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 53,301.26 จุด ลดลง 57.45 จุด หรือ -0.11%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 27,627.11 จุด ลดลง 199.8 จุด หรือ -0.71% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,155.92 จุด เพิ่มขึ้น 4.68 จุด หรือ +0.11%
ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.69% ส่วนดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 1.09% โดยหุ้น Samsung Electronics ดีดตัวขึ้น 1.6% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรในไตรมาส 4/2568 พุ่งขึ้นกว่า 3 เท่า
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด มีมติ 10 ต่อ 2 ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเมื่อวันพุธ (28 ม.ค.) สอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด โดยสมาชิก FOMC จำนวน 10 รายลงมติคงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ 2 รายโหวตสวนมติดังกล่าว โดยสตีเฟน มิแรน และคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ โหวตให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้
ในแถลงการณ์หลังการประชุม เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตแต่อย่างใด โดยระบุว่า "ในการพิจารณาขอบเขตและช่วงเวลาที่เหมาะสมของการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมต่อกรอบเป้าหมายของอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น ทางคณะกรรมการจะทำการประเมินข้อมูลที่เข้ามา รวมทั้งแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงไป และดุลยภาพของความเสี่ยงอย่างรอบคอบ"
นักลงทุนจับตาทิศทางตลาดหุ้นอินโดนีเซียในวันนี้อย่างใกล้ชิด หลังจากดัชนี Jakarta Composite ดิ่งลงกว่า 8% เมื่อวานนี้ หลังจาก MSCI แสดงความกังวลเกี่ยวกับความน่าลงทุนของตลาด โดยเตือนถึงการขาดความโปร่งใสของโครงสร้างการถือหุ้น และข้อมูล free float ในตลาด พร้อมทั้งระบุถึงความเป็นไปได้ที่ตลาดหุ้นอินโดนีเซียอาจถูกปรับลดสถานะลงสู่ "ตลาดหุ้นชายขอบ"