ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดบวก 60.53 จุด หุ้นแบงก์หนุนตลาด

ข่าวต่างประเทศ Saturday February 7, 2026 07:53 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันศุกร์ (6 ก.พ.) หลังหุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ช่วยพยุงตลาด และช่วยชดเชยแรงขายในหุ้นบริษัทวิเคราะห์ข้อมูล RELX ส่งผลให้ดัชนีปิดสัปดาห์นี้ในแดนบวก แม้ตลอดสัปดาห์จะถูกกดดันจากแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,369.75 จุด เพิ่มขึ้น 60.53 จุด หรือ +0.59%

ดัชนี FTSE 100 ปรับตัวขึ้นทำสถิติบวกเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน โดยได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากการที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ส่งสัญญาณเมื่อวันพฤหัสบดีว่า อัตราดอกเบี้ยอาจปรับลดลงได้ หากอัตราเงินเฟ้อยังคงชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง

หุ้น RELX ร่วงลง 3.9% และปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน ขณะที่หุ้น London Stock Exchange Group ปรับตัวลง 0.7% ทำสถิติลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน

อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มการเงินซึ่งมีน้ำหนักสูงในดัชนีปรับตัวขึ้น โดยหุ้นธนาคาร Lloyds, NatWest Group และ Barclays บวกขึ้นในกรอบ 0.9% ถึง 2.8%

ความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศยังคงกดดันบรรยากาศการลงทุน โดยนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์กำลังเผชิญแรงกดดันหนักที่สุดนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง หลังมีการเปิดเผยอีเมลที่ชี้ให้เห็นถึงความใกล้ชิดระหว่างเจฟฟรีย์ เอปสตีน นักการเงินผู้ล่วงลับซึ่งมีข่าวอื้อฉาว กับ ปีเตอร์ แมนเดลสัน อดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำสหรัฐฯ

Eurasia Group บริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงทางการเมือง ประเมินความเป็นไปได้ที่สตาร์เมอร์จะถูกปลดออกจากตำแหน่งภายในปีนี้ไว้ที่ 80% เพิ่มขึ้นจาก 65% โดยระบุว่าประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับการแต่งตั้งแมนเดลสันได้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงและยากจะเยียวยา

หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ที่จดทะเบียนในลอนดอนปรับตัวขึ้น โดยหุ้น Fresnillo พุ่งขึ้น 3.1% ติดอันดับหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนีFTSE 100

Halifax ระบุว่า ราคาบ้านในสหราชอาณาจักรปรับตัวขึ้นในเดือนม.ค. มากที่สุดในรอบกว่าหนึ่งปี สะท้อนสัญญาณการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัย

สำหรับหุ้นรายตัวอื่น ๆ นั้น หุ้น Metlen ร่วงลง 20.2% หลังหุ้นกลุ่มพลังงานและโลหะจากกรีซรายนี้คาดว่า EBITDA ปี 2025 จะลดลง 25%

หุ้น Next ปรับตัวขึ้น 0.7% หลังผู้ค้าปลีกแฟชั่นรายนี้ระบุว่าได้เข้าซื้อแบรนด์รองเท้าอังกฤษ Russell & Bromley ผ่านกระบวนการล้มละลาย ด้วยมูลค่า 2.5 ล้านปอนด์ หรือราว 3.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ