ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex เปิดลบ 225.65 จุด วิตกตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน

ข่าวต่างประเทศ Friday February 20, 2026 11:44 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ตลาดหุ้นอินเดียเปิดปรับตัวลงในวันนี้ (20 ก.พ.) หลังจากร่วงลงอย่างหนักในวันทำการก่อนหน้า โดยได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ซึ่งสร้างความกังวลให้กับอินเดียในฐานะประเทศผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ

ดัชนี Sensex เปิดตลาดที่ระดับ 82,272.49 จุด ลดลง 225.65 จุด หรือ -0.27%

ทั้งนี้ ดัชนี Sensex ร่วงลง 1.48% เมื่อวันพฤหัสบดี (19 ก.พ.) ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลงที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์

หุ้น 8 จาก 16 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักปรับตัวลดลงในช่วงเปิดตลาด ขณะที่ดัชนีหุ้นขนาดเล็กและดัชนีหุ้นขนาดกลางเปิดทรงตัว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้กล่าวเตือนอิหร่านเมื่อวันพฤหัสบดีว่า อิหร่านจะต้องทำข้อตกลงเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ มิฉะนั้นจะเกิด "เรื่องเลวร้ายอย่างมาก" ตามมา พร้อมขีดเส้นตาย 10 ถึง 15 วัน ซึ่งทำให้อิหร่านออกมาขู่ที่จะตอบโต้ฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคหากถูกโจมตี

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งขึ้นแตะ 71.87 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในวันนี้ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 รวม 6.6% ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นส่งผลกระทบเชิงลบต่ออินเดีย เนื่องจากเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก

สิทธารถะ เขมกา หัวหน้าฝ่ายวิจัยด้านการบริหารความมั่งคั่งจาก Motilal Oswal Financial Services ระบุว่า "การยกระดับความรุนแรงใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านอาจส่งผลกระทบต่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะเป็นปัจจัยลบอย่างยิ่งต่ออินเดีย เนื่องจากอินเดียพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคดังกล่าวเป็นจำนวนมาก เราคาดว่าตลาดจะยังคงระมัดระวังการลงทุนในระยะสั้น เมื่อพิจารณาจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และโอกาสที่อุปทานน้ำมันอาจหยุดชะงัก"

ด้านดัชนีหุ้นกลุ่มไอทีร่วงลง 0.8% โดยหุ้นกลุ่มไอทีปรับตัวลงแล้ว 2% ในสัปดาห์นี้ หลังจากดิ่งลง 8.2% ในสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลงานที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 10 เดือน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อกำไรของบริษัทที่เกิดจากการเข้ามาดิสรัปของเทคโนโลยี AI

อย่างไรก็ดี หุ้น ABB India ปรับตัวสวนทางกับตลาดโดยรวม โดยพุ่งขึ้น 4.7% แม้จะรายงานกำไรไตรมาสสิ้นสุดเดือนธ.ค. ลดลงก็ตาม แต่นักวิเคราะห์ยังคาดหวังว่า ยอดคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งและการลงทุนอย่างต่อเนื่องในโครงสร้างพื้นฐาน ระบบราง รวมถึงการสร้างรายได้จากโครงข่ายไฟฟ้า จะช่วยหนุนผลประกอบการของบริษัทในอนาคต


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ