ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเล็กน้อยในวันจันทร์ (23 ก.พ.) ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่กดดันบรรยากาศการซื้อขาย แม้ว่าหุ้น Johnson Matthey ร่วงลงอย่างหนัก หลังบริษัทเคมีภัณฑ์แห่งนี้ยอมรับการปรับลดราคาขายธุรกิจตัวเร่งปฏิกิริยาให้กับ Honeywell
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,684.74 จุด ลดลง 2.15 จุด หรือ -0.02%
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่าจะบังคับใช้อัตราภาษีนำเข้าใหม่ที่ระดับ 15% กับสินค้านำเข้าทั่วโลก ภายหลังศาลสูงสุดของสหรัฐฯ มีคำตัดสินเมื่อวันศุกร์ให้ยกเลิกมาตรการภาษีฉุกเฉินที่เขาเคยประกาศใช้
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลอังกฤษได้เจรจาอัตราภาษีต่างตอบแทนไว้ที่ระดับ 10% หลังบรรลุข้อตกลงทางเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม คำมั่นของทรัมป์ในการกลับมาเก็บภาษีที่ระดับ 15% ทำให้ภาคธุรกิจอาจต้องเผชิญภาระภาษีที่สูงขึ้น
โฆษกของนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ระบุว่า อังกฤษไม่คาดว่าภาษีใหม่จะส่งผลกระทบต่อข้อตกลงเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรกับสหรัฐฯ ในภาพรวม
ความกังวลเรื่องภาษีกดดันหุ้น Mondi กลุ่มบรรจุภัณฑ์และกระดาษ ซึ่งร่วงลง 4.3% ขณะที่บริษัทคู่แข่งในสหรัฐฯ ก็ปรับตัวลงเช่นกัน
หุ้น Johnson Matthey ร่วงลง 16.4% หลังบริษัทตกลงลดราคาขายธุรกิจเทคโนโลยีตัวเร่งปฏิกิริยาให้กับ Honeywell ภายหลังหน่วยธุรกิจดังกล่าวมีผลการดำเนินงานต่ำกว่าคาดในปีงบประมาณ 2568
หุ้นกลุ่มอากาศยานและกลาโหมของอังกฤษปรับตัวลง หลังจากแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันศุกร์ โดยหุ้น Rolls-Royce Holdings ลดลง 0.2% แม้มีรายงานข่าวว่าบริษัทผู้ผลิตเครื่องยนต์รายนี้เตรียมประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่าสูงสุด 1.5 พันล้านปอนด์ หรือประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ควบคู่กับการรายงานผลประกอบการประจำปีในสัปดาห์นี้
ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะมีค่าปรับตัวขึ้น 5.2% ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังราคาทองคำพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยของนักลงทุน