ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพฤหัสบดี (26 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้น Rolls-Royce หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการ และการปรับตัวขึ้นของหุ้น LSEG หลังประกาศแผนซื้อหุ้นคืน
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,846.70 จุด เพิ่มขึ้น 40.29 จุด หรือ +0.37%
หุ้น Rolls-Royce พุ่งขึ้น 9.1% หลังรายงานกำไรประจำปีเพิ่มขึ้น 40% จากความต้องการเครื่องยนต์อากาศยานที่แข็งแกร่ง และความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากศูนย์ข้อมูล ส่งผลให้หุ้นกลุ่มอากาศยานและกลาโหมของอังกฤษปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดตลอดกาลตามไปด้วย
ดัชนี FTSE 100 ปรับตัวขึ้นแล้ว 6% ในเดือนก.พ.นี้ โดยมีแนวโน้มทำสถิติปรับขึ้นรายเดือนติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 และให้ผลตอบแทนเหนือกว่าตลาดสหรัฐฯ และยุโรป จากแรงหนุนของการคาดการณ์ว่านักลงทุนอาจได้เห็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมจากธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ในเดือนมี.ค.
หุ้น London Stock Exchange Group (LSEG) พุ่งขึ้น 6.7% หลังประกาศแผนซื้อหุ้นคืน ในช่วงที่บริษัทเผชิญแรงกดดันจากนักลงทุนเชิงรุก Elliott Management และความกังวลว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจกระทบต่อรูปแบบธุรกิจ
หุ้น RELX ปรับตัวขึ้น 4.6% ท่ามกลางการฟื้นตัวในวงกว้างของหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์และข้อมูลทั่วโลก ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกเทขายอย่างหนักในช่วงต้นเดือนจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของ AI
อย่างไรก็ตาม Nvidia ซึ่งถือเป็นหุ้นชี้นำกลุ่ม AI ร่วงลง 5% แม้รายงานผลประกอบการออกมาแข็งแกร่ง แต่ไม่สามารถกระตุ้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่กังวลมากขึ้นเกี่ยวกับผลตอบแทนจากการใช้จ่ายจำนวนมหาศาลใน AI
นักลงทุนยังติดตามการอัปเดตผลประกอบการของบริษัทในประเทศหลายแห่ง โดยหุ้น Hikma Pharmaceuticals ร่วงลง 15.8% แตะระดับต่ำสุดในรอบมากกว่า 3 ปี หลังคาดการณ์ว่า การเติบโตของรายได้ทั้งปีจะชะลอลง
ในด้านการเมือง เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กำลังเผชิญบททดสอบสำคัญในวันพฤหัสบดี (26 ก.พ.) เมื่อชาวเมืองแมนเชสเตอร์ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นบ่งชี้ว่า การแข่งขันครั้งนี้สูสีกันอย่างมากระหว่างพรรคแรงงานของสตาร์เมอร์, พรรค Reform UK ที่มีแนวคิดประชานิยม และพรรคกรีนซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายซ้าย