ตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าปรับตัวลงในวันนี้ (2 มี.ค.) โดยดัชนีนิกเกอิดิ่งลงกว่า 2% ในช่วงหนึ่ง ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าที่ระดับ 57,950.76 จุด ร่วงลง 899.51 จุด หรือ -1.53%
หุ้นเกือบทุกกลุ่มอุตสาหกรรมเผชิญแรงเทขาย โดยกลุ่มที่ร่วงลงหนักที่สุด ได้แก่ หุ้นกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ และกลุ่มขนส่งทางอากาศ
ดัชนีนิกเกอิร่วงลงอย่างหนักกว่า 1,500 จุดในระหว่างการซื้อขายภาคเช้า หลังสื่อรายงานว่าช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญ ได้ถูกปิดลงในทางปฏิบัติแล้ว อันเป็นผลมาจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล รวมถึงการตอบโต้จากทางอิหร่าน
อย่างไรก็ดี ดัชนีนิกเกอิสามารถลดช่วงลบลงได้บ้าง หลังจากนักลงทุนเห็นว่าราคาน้ำมันเริ่มย่อตัวลง แม้ว่าสัญญาน้ำมันดิบสหรัฐฯ จะพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 75 ดอลลาร์/บาร์เรล เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (1 มี.ค.) ก็ตาม
วาตารุ อากิยามะ นักกลยุทธ์จากแผนกเนื้อหาการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์โนมูระ (Nomura Securities) ระบุว่า "ตลาดหุ้นร่วงลงเนื่องจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้เกิดความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อผลกำไรของบริษัทจดทะเบียน"
ทั้งนี้ นักลงทุนกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าความขัดแย้งในครั้งนี้จะยืดเยื้อหรือไม่ โดยอากิยามะมองว่า หากสถานการณ์ยุติลงในเวลาอันสั้น ผลกระทบทางเศรษฐกิจก็จะอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากญี่ปุ่นยังมีน้ำมันสำรองเพียงพอ