ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลดลงในวันพุธ (18 มี.ค.) หลังราคาน้ำมันพลิกกลับมาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง ขณะที่นักลงทุนรอดูผลการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,305.29 จุด ลดลง 98.31 จุด หรือ -0.94%
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเข้าสู่สัปดาห์ที่สามโดยยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย หลังเกิดเหตุโจมตีแหล่งก๊าซ South Pars ของอิหร่าน ซึ่งเป็นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอ่าวเปอร์เซียครั้งแรก โดยการยกระดับความตึงเครียดดังกล่าวทำให้อิหร่านขู่ตอบโต้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 5%
หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นแรงกดดันหลักต่อดัชนี FTSE 100 โดยถูกฉุดจากหุ้น Unilever ที่ร่วงลง 3.4% หลัง Bloomberg รายงานว่าบริษัทกำลังพิจารณาแยกธุรกิจอาหารออกจากบริษัท
ขณะเดียวกัน ในสหรัฐฯ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบ 7 เดือนในเดือนก.พ. ยิ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ท่ามกลางต้นทุนการขนส่งและพลังงานที่สูงขึ้น
ตลาดคาดว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ย โดยนักลงทุนจะจับตาแนวโน้มเศรษฐกิจและสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินในอนาคตอย่างใกล้ชิด
ในฝั่งอังกฤษ นักลงทุนยังรอดูผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ในวันพฤหัสบดีนี้ โดยนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ได้ยกเลิกการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดดอกเบี้ยไปแล้ว
สำหรับความเคลื่อนไหวของหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Diploma พุ่งขึ้น 17.8% ทำสถิติสูงสุดใหม่ หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการปี 2569
หุ้น Ithaca Energy ร่วงลง 6.6% หลังบริษัทน้ำมันและก๊าซพลิกเป็นขาดทุนสุทธิรายปี