ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันพุธ (25 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านจะผ่อนคลายลง และประเมินข้อมูลเงินเฟ้อภายในประเทศ
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,106.84 จุด เพิ่มขึ้น 141.68 จุด หรือ +1.42%
เจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านเปิดเผยว่า อิหร่านยังคงพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ เพื่อยุติสงครามในอ่าวเปอร์เซีย แม้การตอบสนองเบื้องต้นจะเป็นไปในเชิงลบ ซึ่งสะท้อนว่าอิหร่านยังไม่ได้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวโดยสิ้นเชิง
ข้อมูลทางการระบุว่า เงินเฟ้อผู้บริโภคของอังกฤษทรงตัวที่ 3.0% ในเดือนก.พ. ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนม.ค. ท่ามกลางแนวโน้มที่อาจเร่งตัวขึ้น จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางที่ดันราคาสินค้า
ตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% จำนวน 2-3 ครั้งในปีนี้ โดย BoE ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญ และคาดว่าจะขยับขึ้นใกล้ 3.5% ภายในช่วงกลางปี
เมแกน กรีน ผู้กำหนดนโยบายของ BoE ระบุว่า ในการประชุมกำหนดอัตราดอกเบี้ยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอยังไม่ได้มีแนวโน้มจะสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย โดยการตัดสินใจดังกล่าวได้รับแรงกดดันจากผลกระทบทางเศรษฐกิจของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่พุ่งขึ้น 4.2% ตามราคาทองคำที่เพิ่มขึ้น หลังราคาน้ำมันลดลงช่วยคลายความกังวลด้านเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารเพิ่มขึ้น 2.4% โดยทั้งสองกลุ่มเป็นแรงหนุนหลักของตลาด
ดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานปิดทรงตัว หลังราคาน้ำมันลดลงจากความคาดหวังการหยุดยิงในสงครามตะวันออกกลาง โดยหุ้น Shell ปรับตัวลง 0.8%
หุ้น EnQuest ร่วง 4.7% หลังบริษัทยังคงคาดการณ์กำลังการผลิตปี 2569 เท่าเดิม โดยเน้นลงทุนในสหราชอาณาจักรและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่กำไรปีที่แล้วถูกกดดันจากภาษีลาภลอยของอังกฤษ
หุ้น ASOS พุ่งขึ้น 13% หลังผู้ค้าปลีกออนไลน์รายงานกำไรครึ่งปีแรกพุ่งขึ้น 50% จากการลดต้นทุน การพัฒนาแอปพลิเคชัน และการนำเสนอสินค้าแฟชั่นที่โดดเด่นมากขึ้น