ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงกว่า 300 จุดในช่วงเช้าวันนี้ (30 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าสงครามตะวันออกกลางอาจลุกลามบานปลาย หลังจากกลุ่มติดอาวุธฮูตีในเยเมนซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่าน ได้ยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอล
ณ เวลา 07.11 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลง 316 จุด หรือ 0.70% แตะที่ระดับ 45,108 จุด
กองกำลังติดอาวุธฮูตีในเยเมนยิงขีปนาวุธหลายลูกโจมตี "เป้าหมายทางทหารที่สำคัญ" ทางตอนใต้ของอิสราเอลเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 มี.ค.) ซึ่งถือเป็นการโจมตีครั้งแรกของกลุ่มฮูตีนับตั้งแต่ที่อิสราเอลและสหรัฐอเมริกาเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 28 ก.พ.
ยาห์ยา ซาเรีย โฆษกของกองกำลังฮูตี กล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการแทรกแซงทางทหารโดยตรง "เพื่อสนับสนุนสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านและแนวร่วมต่อต้านในเลบานอน อิรัก และปาเลสไตน์"
นอกจากนี้ กลุ่มฮูตียังส่งสัญญาณถึงความพร้อมในการปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติม โดยระบุว่าการโจมตีทางทหารต่ออิสราเอลครั้งนี้เป็น "สิทธิอันชอบธรรม" ในการเผชิญหน้ากับสิ่งที่เรียกว่า "การรุกรานอย่างโหดร้ายของสหรัฐฯ และอิสราเอล" ต่ออิหร่านและภูมิภาคตะวันออกกลาง
สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกของเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) เรียกร้องให้กองกำลังติดอาวุธฮูตีในเยเมนยุติการมีส่วนร่วมใด ๆ ในความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงการโจมตีด้วยขีปนาวุธหรือโดรน โดยระบุว่าอาจทำให้ความขัดแย้งทางทหารขยายวงกว้างออกไปอีก
"เรามีความกังวลว่าการที่กลุ่มฮูตียิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอล อาจทำให้ความขัดแย้งทางทหารในภูมิภาคขยายวงกว้างออกไปอีก" เขากล่าว