ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (7 ก.ค.)หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำเดือนมิ.ย. ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินเพิ่มขึ้น 0.17% แตะที่ระดับ 101.023
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8076 ฟรังก์ จากระดับ 0.805 ฟรังก์ในวันจันทร์ (6 ก.ค.) แต่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 161.94 เยน จากระดับ 162.06 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.4195 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4209 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1419 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1443 ดอลลาร์ในวันจันทร์ ส่วนเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3363 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3395 ดอลลาร์
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปีพุ่งขึ้นทะลุระดับ 5% ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำเดือนมิ.ย. ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะมีการเผยแพร่ในวันนี้ (8 ก.ค.) ตามเวลาสหรัฐฯ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ โดยการประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมครั้งแรกของเควิน วอร์ช ในฐานะประธานเฟดคนใหม่
เครื่องมือ FedWatch ของ CME บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 60% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 42.2% สู่ระดับ 7.76 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ค. แต่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 7.85 หมื่นล้านดอลลาร์ จากระดับ 5.46 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนเม.ย.
การขาดดุลการค้าในเดือนพ.ค.มีสาเหตุจากกระแสการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้การนำเข้าสินค้าทุนพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และบ่งชี้ว่าภาคการค้ายังคงเป็นปัจจัยฉุดการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 2
ทั้งนี้ การนำเข้าเพิ่มขึ้น 3.3% สู่ระดับ 3.953 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่การส่งออกลดลง 3.2% สู่ระดับ 3.177 แสนล้านดอลลาร์
โดย รัตนา พงศ์ทวิช