ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกอย่างต่อเนื่องในวันพุธ (1 เม.ย.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าการทำสงครามกับอิหร่านจะยุติลงในไม่ช้านี้ ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,565.74 จุด เพิ่มขึ้น 224.23 จุด หรือ +0.48%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,575.32 จุด เพิ่มขึ้น 46.80 จุด หรือ +0.72% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,840.95 จุด เพิ่มขึ้น 250.32 จุด หรือ +1.16%
ปธน.ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า กองทัพสหรัฐฯ จะถอนตัวจากอิหร่านภายในเวลา 2-3 สัปดาห์ และอาจกลับไปเพื่อโจมตีแค่เฉพาะจุด หากจำเป็น โดยการเปิดเผยดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก่อนที่เขาจะแถลงต่อชาวอเมริกันเพื่อให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการทำสงครามอิหร่านในวันนี้ (2 เม.ย.) เวลาประมาณ 08.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของปธน.ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าสงครามอิหร่านใกล้จะยุติ ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลและกลับเข้าซื้อหุ้นอย่างคึกคัก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ สงครามที่ยืดเยื้อได้ส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงและทำให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก
ทั้งนี้ ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกกังวลของนักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ร่วงลง 2.8% สู่ระดับ 24.54 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์
หุ้น 8 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มบริการด้านการสื่อสารซึ่งต่างก็พุ่งขึ้น 1.6% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 3.9% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง 0.57%
หุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยหุ้น Alphabet พุ่งขึ้น 3.4% ขณะที่หุ้น Meta Platforms และหุ้น Amazon ต่างก็ปรับตัวขึ้นกว่า 1%
ส่วนดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (PHLX Semiconductor Index) พุ่งขึ้น 2.82% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันวันที่สอง
หุ้นกลุ่มบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอวกาศพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังจากมีรายงานว่า SpaceX ได้ยื่นเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (IPO) โดยหุ้น Intuitive Machines พุ่งขึ้น 9%, หุ้น Planet Labs ทะยานขึ้น 10% และหุ้น Rocket Lab ปรับตัวขึ้น 2% ส่วนหุ้น Destiny Tech100 ซึ่งเป็นกองทุนเพื่อการลงทุนและถือหุ้นใน SpaceX ด้วยนั้น พุ่งขึ้น 9.1%
หุ้น Eli Lilly ซึ่งเป็นบริษัทผลิตยารายใหญ่ พุ่งขึ้น 3.8% หลังจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) อนุมัติให้บริษัทวางจำหน่ายยาลดน้ำหนักชนิดเม็ด ภายใต้แบรนด์ Foundayo
หุ้น Intel ทะยานขึ้น 8.8% หลังจาก Intel ยืนยันว่าจะซื้อหุ้นโรงงานที่ไอร์แลนด์ของ Apollo กลับคืนมา คิดเป็นมูลค่า 1.42 หมื่นล้านดอลลาร์
หุ้นกลุ่มสายการบินในดัชนี S&P500 พุ่งขึ้น 2.3% หลังจากราคาน้ำมันร่วงลงท่ามกลางสัญญาณที่บ่งชี้ว่าสงครามอิหร่านใกล้ยุติ
หุ้น Nike ผู้จำหน่ายชุดกีฬารายใหญ่ ร่วงลง 15.5% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี หลังจากบริษัทคาดการณ์ว่ายอดขายในไตรมาส 4 จะลดลง
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยล่าสุด ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 62,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 39,000 ตำแหน่ง จากระดับ 66,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ.
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.5% หลังจากปรับตัวลง 0.1% ในเดือนม.ค.
ด้านสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 52.7 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2565 จากระดับ 52.4 ในเดือนก.พ. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 52.5
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 56,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. หลังจากลดลง 92,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. นอกจากนี้ คาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.4% ในเดือนมี.ค.