ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงกว่า 2% ในวันนี้ (2 เม.ย.) เนื่องจากมีแรงเทขายออกมาอย่างต่อเนื่อง หลังจากถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้จุดประกายความวิตกกังวลรอบใหม่ว่าสงครามอิหร่านอาจจะยืดเยื้อออกไป
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ระดับ 52,463.27 จุด ลดลง 1,276.41 จุด หรือ -2.38%
สำหรับหุ้นที่ปรับตัวลงนำตลาด ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน กลุ่มประกันภัย และกลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก
ตลาดหุ้นโตเกียวเปิดตลาดในแดนบวกเมื่อช่วงเช้า โดยปรับตัวตามทิศทางตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่ปิดเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ หลังจากปธน.ทรัมป์กล่าวอ้างผ่านทางโซเชียลมีเดียว่า "ประธานาธิบดีคนใหม่ของระบอบการปกครองอิหร่าน" ได้ร้องขอให้สหรัฐฯ ยุติสงคราม
อย่างไรก็ดี โบรกเกอร์เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นได้ปรับตัวลดลงในเวลาต่อมา เนื่องจากบรรยากาศการลงทุนได้รับปัจจัยกดดันจากถ้อยแถลงของปธน.ทรัมป์ที่ไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าสงครามจะสิ้นสุดลงในเร็ว ๆ นี้ แต่กลับบ่งบอกว่าอาจมีการเปิดฉากโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม
แม้ว่าปธน.ทรัมป์จะเน้นย้ำในแถลงการณ์ว่า สหรัฐฯ กำลังดำเนินตามแผนเพื่อบรรลุเป้าหมายทางทหารทั้งหมด แต่เขาก็ระบุว่าจะทำการโจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วงในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้านี้
นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า สหรัฐฯ จะโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านอย่างรุนแรง หากไม่มีการบรรลุข้อตกลงใด ๆ
ถ้อยแถลงดังกล่าวได้กระตุ้นให้เกิดแรงเทขาย ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อ แม้ว่าปธน.ทรัมป์จะเน้นย้ำถึงชัยชนะของสหรัฐฯ ในการแถลงครั้งนี้ก็ตาม
ขณะเดียวกัน อีกปัจจัยที่เข้ามากดดันตลาดคือสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ที่พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ภายหลังถ้อยแถลงของปธน.ทรัมป์
โคอิจิ ฟูจิชิโระ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากสถาบันวิจัยไดอิจิ ไลฟ์ กล่าวว่า "นักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากตลาดพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันก่อนหน้า เนื่องจากยังไม่มีสัญญาณเพิ่มเติมที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ (ในตะวันออกกลาง) จะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น"