ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี (2 เม.ย.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ดีดตัวขึ้นปิดในแดนบวก หลังจากมีรายงานว่า นานาประเทศกำลังร่วมมือกันเพื่อแก้ไขภาวะชะงักงันในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยให้ตลาดคลายความกังวลจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ว่าจะยกระดับการโจมตีอิหร่าน
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,504.67 จุด ลดลง 61.07 จุด หรือ -0.13%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,582.69 จุด เพิ่มขึ้น 7.37 จุด หรือ +0.11% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,879.18 จุด เพิ่มขึ้น 38.23 จุด หรือ +0.18%
ในช่วงแรก ดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีร่วงลงอย่างหนัก หลังจากปธน.ทรัมป์กล่าวในระหว่างการแถลงต่อชาวอเมริกันเพื่อให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการทำสงครามอิหร่านในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีตามเวลาไทย โดยเขาขู่ว่าสหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านอย่างหนักในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า พร้อมกับเตือนว่า หากไม่มีการบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน สหรัฐฯ ก็จะโจมตีโรงไฟฟ้าทุกแห่งของอิหร่านอย่างรุนแรง และอาจจะโจมตีพร้อมกันทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ดัชนีดาวโจนส์ลดช่วงลบในเวลาต่อมา ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ดีดตัวขึ้นปิดในแดนบวก หลังจากมีรายงานว่ากระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านกำลังร่างพิธีสารร่วมกับโอมาน เพื่อบริหารจัดการการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก
นอกจากนี้ ทางการอังกฤษเปิดเผยว่า ประเทศต่าง ๆ กว่า 40 ประเทศได้จัดการประชุมผ่านระบบออนไลน์ และจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรเพื่อรับประกันเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยอีเว็ตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม กล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรดังกล่าวจะใช้มาตรการทางการทูตและเศรษฐกิจเพื่อให้มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัยและยั่งยืน
แม้ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นกว่า 11% ทะลุระดับ 111 ดอลลาร์/บาร์เรล และราคาน้ำมันเบรนท์ปรับตัวขึ้นกว่า 7% แตะที่ระดับกว่า 109 ดอลลาร์/บาร์เรล ในวันพฤหัสบดี แต่ราคาน้ำมันลดช่วงบวกในระหว่างวัน ในขณะที่เทรดเดอร์ได้กำหนดราคาน้ำมันในเดือนต.ค.ไว้ที่ประมาณ 82 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเทรดเดอร์เหล่านี้คาดการณ์ว่าภาวะชะงักงันจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว
ไมเคิล อันโตเนลลี นักวิเคราะห์จากบริษัท Baird ให้ความเห็นว่า แม้ตลาดหุ้นยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจนในตอนนี้ แต่ราคาน้ำมันในเดือนต.ค.สามารถบอกคุณได้ว่า ตลาดคาดการณ์ว่าวิกฤตการณ์ครั้งนี้มีแนวโน้มจะจบลงภายในช่วงฤดูใบไม้ร่วง
หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์พุ่งขึ้น 1.48% ตามด้วยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น 0.73% ส่วนหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคร่วงลง 1.5% และหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ปรับตัวลง 0.68%
ตลาดหุ้นนิวยอร์กจะปิดทำการในศุกร์ที่ 3 เม.ย. เนื่องในวัน Good Friday ส่วนตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นทั้งสิ้น 2.96%, ขณะที่ดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น 3.36% และดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้น 4.44%
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 56,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. หลังจากลดลง 92,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. นอกจากนี้ คาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.4% ในเดือนมี.ค.