ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (16 เม.ย.) ขานรับความหวังที่ว่าการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านจะมีความคืบหน้าและนำไปสู่การยุติสงครามที่ยืดเยื้อ
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 59,549.59 จุด พุ่งขึ้น 1,415.35 จุด หรือ +2.43%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 26,306.55 จุด เพิ่มขึ้น 359.23 จุด หรือ +1.38% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ระดับ 4,048.64 จุด เพิ่มขึ้น 21.43 จุด หรือ +0.53%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 1.96% แต่ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.32%
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Fox Business ซึ่งออกอากาศเมื่อวันพุธ (15 เม.ย.) ว่า สงครามกับอิหร่าน "ใกล้จะยุติลงแล้ว" พร้อมกับย้ำว่าอิหร่านต้องการที่จะทำข้อตกลงอย่างมากกับสหรัฐฯ
ด้านเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยกับสำนักข่าว CNBC ว่า การเจรจารอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกำลังอยู่ในระหว่างการหารือ และยังไม่มีการกำหนดตารางเวลาอย่างเป็นทางการในขณะนี้
ขณะที่แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว เปิดเผยว่า คณะบริหารของปธน.ทรัมป์ยังคงมีมุมมองบวกว่า การเจรจาที่ดำเนินอย่างต่อเนื่องอาจนำไปสู่ข้อตกลงเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานหลายสัปดาห์ นอกจากนี้ แม้เธอไม่ได้ยืนยันว่าการเจรจาสันติภาพกับอิหร่านจะกลับมาเริ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อใด แต่ระบุว่าหากมีการเจรจาเกิดขึ้น ก็จะยังคงจัดขึ้นที่ประเทศปากีสถาน ต่อเนื่องจากการเจรจาในกรุงอิสลามาบัดที่หยุดชะงักไปเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ราคาหุ้นไดกิ้น อินดัสทรีส์ (Daikin Industries) บริษัทผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศรายใหญ่ที่สุดในโลกจากประเทศญี่ปุ่น พุ่งขึ้นอย่างมากในการซื้อขายที่ตลาดหุ้นโตเกียววันนี้ หลังเอลเลียต อินเวสต์เมนต์ แมเนจเมนต์ (Elliott Investment Management) ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนเชิงรุก (activist investor) เปิดเผยว่า ได้เข้าถือหุ้นไดกิ้นในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ พร้อมเรียกร้องให้ไดกิ้นดำเนินมาตรการเพื่อเพิ่มมูลค่าบริษัท
ด้านสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนในไตรมาส 1/2569 ขยายตัว 5% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งแข็งแกร่งกว่าไตรมาส 4/2568 ที่ขยายตัว 4.5%
ทั้งนี้ GDP ไตรมาสแรกของจีนขยายตัวได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยายตัว 4.8% เนื่องจากการส่งออกที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งได้ช่วยชดเชยอุปสงค์ภายในประเทศที่ซบเซาลง นอกจากนี้ GDP ของจีนยังคงทำผลงานได้ดี แม้วิกฤตด้านพลังงานอันเนื่องมาจากสงครามอิหร่านจะบดบังแนวโน้มการเติบโตและส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ทั่วโลกก็ตาม