BMW กำไรไตรมาส 2 ร่วง 35% เซ่นแข่งขันเดือดในจีน-ต้นทุนภาษีสหรัฐฯ เพิ่ม

ข่าวต่างประเทศ Thursday July 30, 2026 14:25 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ในวันนี้ (30 ก.ค.) โดยกำไรก่อนหักภาษีลดลง 35.1% หลังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดจีน ต้นทุนจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้ว่าความต้องการรถยนต์ในยุโรปและสหรัฐฯ จะยังคงแข็งแกร่ง

BMW ผู้ผลิตรถยนต์พรีเมียมจากเยอรมนีระบุว่า กำไรก่อนหักภาษีของกลุ่มบริษัทในช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย. ลดลง 35.1% เหลือ 1.70 พันล้านยูโร (ราว 1.95 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) จาก 2.61 พันล้านยูโรในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวมลดลง 7.9% เหลือ 3.126 หมื่นล้านยูโร และกำไรสุทธิลดลง 34.9% เหลือ 1.20 พันล้านยูโร

บริษัทระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงไตรมาส 2 ย่ำแย่ลง โดยเฉพาะการชะลอตัวของตลาดจีนที่รุนแรงขึ้น รวมถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ

อัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT Margin) ของธุรกิจยานยนต์ลดลงเหลือ 2.3% จาก 5.4% ในปีก่อน เนื่องจากยอดขายรถยนต์ที่ลดลง การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในจีน และผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งกดดันอัตรากำไรของธุรกิจยานยนต์ลงประมาณ 1.25 จุดเปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม BMW ระบุว่า การได้รับเงินคืนจากภาษีนำเข้าระหว่างไตรมาสช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้บางส่วน

ด้านยอดส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกในไตรมาส 2/2569 ลดลง 4.9% เหลือ 590,947 คัน โดยยอดขายในจีนดิ่งลง 30.2% ซึ่งรุนแรงจนหักล้างการเติบโตของยอดขายในยุโรปที่เพิ่มขึ้น 7.6% และในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น 11.9%

ขณะที่ยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ทั่วโลก เพิ่มขึ้น 5.2% สู่ 116,807 คัน ส่งผลให้รถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนเกือบ 20% ของยอดส่งมอบรถยนต์ทั้งหมด

ก่อนหน้านี้ในวันพุธ (29 ก.ค.) BMW เปิดเผยว่า บริษัทจะปรับลดพนักงานหลายพันตำแหน่งในเยอรมนีภายในสิ้นปี 2570 ผ่านโครงการสมัครใจลาออกที่ตกลงร่วมกับตัวแทนพนักงาน เพื่อเร่งลดต้นทุน ท่ามกลางผลกำไรที่อ่อนแอลง

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ