ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวกในวันนี้ (20 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากความคาดหวังว่าวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางจะบรรลุความคืบหน้าครั้งสำคัญ แม้มีรายงานว่าอิหร่านปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการเจรจาก็ตาม ขณะที่ช่วงบวกของตลาดถูกจำกัดเนื่องจากนักลงทุนยังคงอยู่ในภาวะรอดูสถานการณ์ก่อนที่คณะผู้แทนจากสหรัฐฯ จะเดินทางไปยังปากีสถานเพื่อร่วมการหารือ
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ระดับ 58,824.89 จุด เพิ่มขึ้น 348.99 จุด หรือ +0.60%
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นนำตลาด ได้แก่ กลุ่มเครื่องจักร กลุ่มการขนส่งทางอากาศ รวมถึงกลุ่มสิ่งทอและเครื่องแต่งกาย
แม้ว่าความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางได้กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้งจากสถานการณ์ที่พลิกผันในช่วงสุดสัปดาห์ แต่ตลาดยังคงได้รับปัจจัยหนุนจากการพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากอิหร่านออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ตลาดยังคงมีความหวังกับการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า ตัวแทนของเขาจะเดินทางไปยังปากีสถานเพื่อเข้าร่วมการเจรจาไกล่เกลี่ย แม้มีรายงานว่าอิหร่านปฏิเสธที่จะเจรจาและประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซก็ตาม
โชตะ ซันโดะ นักวิเคราะห์ตลาดหุ้นจากสถาบันวิจัยโตไก โตเกียว (Tokai Tokyo Intelligence Laboratory Co.) กล่าวว่า "การเลือกซื้อหุ้นรายตัวที่เกิดขึ้นบ่งชี้ว่า นักลงทุนยังคงลังเลที่จะเข้าซื้อเชิงรุก" โดยช่วงบวกของตลาดถูกลดทอนลงในช่วงท้ายของภาคบ่าย ขณะที่ตลาดรอความชัดเจนว่าความเป็นไปได้ในการเจรจาจะดำเนินไปในทิศทางใด
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ปรับตัวขึ้นนำตลาด หลังจากดัชนี Nasdaq ซึ่งเน้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ทำสถิติพุ่งขึ้นติดต่อกันยาวนานถึง 13 วัน ขณะที่แรงซื้อคืนหลังจากที่ดัชนีนิกเกอิร่วงลงไปกว่า 1,000 จุดเมื่อวันศุกร์ (17 เม.ย.) ได้เข้ามาเป็นปัจจัยช่วยพยุงตลาดเพิ่มเติม