ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งขึ้นกว่า 300 จุด หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านโดยไม่มีกำหนด
ณ เวลา 19.17 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์บวก 333 จุด หรือ 0.67% สู่ระดับ 49,672 จุด
ปธน.ทรัมป์ประกาศวานนี้ว่า เขาจะขยายระยะเวลาการหยุดยิงกับอิหร่านออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพื่อเปิดทางให้ทั้งสองฝ่ายเดินหน้าการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามที่คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมากและสั่นคลอนเศรษฐกิจโลก
ทั้งนี้ คำประกาศดังกล่าวของปธน.ทรัมป์ มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลาสองสัปดาห์ซึ่งทำขึ้นเมื่อวันที่ 7 เม.ย.นั้น จะสิ้นสุดลงในช่วงเย็นวันนี้ (22 เม.ย.) ตามเวลาสหรัฐ
การตัดสินใจของสหรัฐในการขยายเวลาหยุดยิงโดยไม่มีกำหนด ถูกตีความอย่างกว้างขวางว่าเป็นความพยายามในการรักษาช่องทางทางการทูต อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์เตือนว่า การเคลื่อนไหวนี้แฝงไปด้วยเป้าหมายในเชิงยุทธศาสตร์ ขณะที่สหรัฐยังคงไม่ได้ลดระดับกำลังทหารในภูมิภาค โดยสื่อรายงานว่า การวางกำลังทางเรือและการลาดตระเวนในอ่าวเปอร์เซียยังคงดำเนินต่อไป และสหรัฐยังเพิ่มกำลังทหารมากขึ้นแม้ในช่วงเวลาหยุดยิง ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการคงแรงกดดันและรักษาทางเลือกทางการทหาร
สำนักข่าว NBC รายงานว่า สหรัฐจะส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบิน 3 กองเข้าประจำการในตะวันออกกลางพร้อมกันในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
นักวิเคราะห์ระบุว่า การขยายเวลาหยุดยิงจึงไม่ใช่ย่างก้าวที่ชัดเจนไปสู่สันติภาพ แต่เป็นเพียงการเคลื่อนไหวเชิงยุทธศาสตร์เพื่อซื้อเวลาของสหรัฐ สำหรับทั้งการเจรจาและการเตรียมความพร้อมหากเกิดกรณีฉุกเฉิน
สเตฟานี อลิอากา นักกลยุทธ์ตลาดโลกของเจพีมอร์แกน แอสเสท แมเนจเมนท์ กล่าวว่า แม้ยังคงมีความไม่แน่นอนทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่คาดว่าตลาดหุ้นจะยังคงปรับตัวขึ้นต่อไป โดยได้รับแรงหนุนจากกระแสนิยมของปัญญาประดิษฐ์ (AI)
'เห็นได้ชัดว่าเรายังไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่ปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ เมื่อพูดถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่ตลาดมองไปข้างหน้า และความเป็นจริงคือ เรายังคงอยู่บนเส้นทางของการลดความตึงเครียด และแม้ว่าอาจมีความผันผวนอยู่บ้าง แต่โดยภาพรวมแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงอุปสรรคเล็กน้อยระหว่างทางของตลาดที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น' อลิอากากล่าว