ดาวโจนส์ฟิวเจอร์สบวกเล็กน้อยเช้านี้ จับตาผลประกอบการกลุ่ม Magnificent Seven-ประชุมเฟด

ข่าวต่างประเทศ Wednesday April 29, 2026 09:24 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักลงทุนกำลังจับตาผลประกอบการของหุ้นกลุ่มที่เรียกว่า "Magnificent Seven" อย่างใกล้ชิด เนื่องจากบริษัทในกลุ่มนี้มีสัดส่วนมูลค่าตลาดจำนวนมากในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยบริษัทที่มีกำหนดรายงานผลประกอบการในวันนี้ (29 เม.ย.) หลังปิดตลาด ได้แก่ Microsoft, Meta Platforms, Amazon และ Alphabet ขณะที่ Apple จะประกาศผลประกอบการในช่วงปลายสัปดาห์นี้

บรรดานักลงทุนคาดว่าจะประเมินอย่างละเอียดว่า บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เหล่านี้สามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในระดับสูงได้หรือไม่ โดยเฉพาะหลังจากเกิดความผันผวนในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีในช่วงที่ผ่านมา

ดัชนีฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในช่วงเช้าวันนี้ (29 เม.ย.) หลังตลาดวอลล์สตรีทปิดในแดนลบเมื่อวานนี้ โดย ณ เวลา 07.24 น.ตามเวลาไทยเช้านี้ ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ เพิ่มขึ้น 0.2% สู่ระดับ 49,407.0 จุด, ดัชนี S&P500 ฟิวเจอร์ เพิ่มขึ้น 0.2% สู่ระดับ 7,185.75 จุด และ ดัชนี Nasdaq100 ฟิวเจอร์ เพิ่มขึ้น 0.4% สู่ระดับ 27,278.0 จุด

ในการซื้อขายตามปกติเมื่อวานนี้ ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 0.1%, ดัชนี S&P500 ลดลง 0.5% และดัชนี Nasdaq Composite ลดลง 0.9% โดยถอยลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ล่าสุด เนื่องจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นตัวนำการปรับตัวลง

แรงขายในตลาดก่อนหน้านี้มีสาเหตุจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มความต้องการด้าน AI ที่กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง หลังรายงานของ The Wall Street Journal ระบุว่า OpenAI ไม่สามารถทำรายได้และจำนวนผู้ใช้งานได้ตามเป้าหมายภายในบริษัท ส่งผลให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความยั่งยืนของการใช้จ่ายจำนวนมากในศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง

แรงขายดังกล่าวกระจุกตัวอยู่ในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยหุ้น Nvidia, Advanced Micro Devices และ Broadcom ต่างปรับตัวลดลง

บรรยากาศการลงทุนยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากราคาน้ำมันที่ยังคงอยู่ในระดับสูง หลังปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในวันอังคาร เนื่องจากการหยุดชะงักของการขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซยังคงดำเนินต่อไป

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า อิหร่านได้แจ้งต่อสหรัฐฯ ว่า กำลังอยู่ในภาวะล่มสลาย และต้องการให้สหรัฐฯ เปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยเร็วที่สุด ขณะที่อิหร่านกำลังพยายามจัดการสถานการณ์ด้านผู้นำของประเทศ

นอกจากนี้ ตลาดยังให้ความสนใจต่อการประชุมนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งเริ่มการประชุมเป็นเวลา 2 วันตั้งแต่วันอังคาร โดยคาดกันอย่างกว้างขวางว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจะติดตามถ้อยแถลงของ เจอโรม พาวเวล ประธานเฟดอย่างใกล้ชิด เพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ