ตลาดหุ้นยุโรปปิดฟื้นตัวขึ้นในวันอังคาร (5 พ.ค.) หลังจากร่วงลงในวันจันทร์ โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาดีกว่าคาด แม้สัญญาณความตึงเครียดที่ทวีขึ้นระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านจำกัดช่วงบวกของตลาด
ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 609.72 จุด เพิ่มขึ้น 4.21 จุด หรือ +0.70%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,062.31 จุด เพิ่มขึ้น 86.19 จุด หรือ +1.08%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,401.70 จุด เพิ่มขึ้น 410.43 จุด หรือ +1.71% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,219.11 จุด ลดลง 144.82 จุด หรือ -1.40%
ตลาดหุ้นหลัก ๆ ในยุโรปส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น ยกเว้นดัชนี FTSE 100 ของสหราชอาณาจักรที่ลดลง 1.4% เนื่องจากหุ้น HSBC ร่วงลง 6.2% หลังรายงานผลประกอบการขาดทุน 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่ไม่คาดคิดจากคดีฉ้อโกงในอังกฤษ ส่งผลให้กำไรไตรมาส 1 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น 2.4% นำการปรับขึ้นในกลุ่มหลักของดัชนี STOXX โดยหุ้นชิปอย่าง ASML และ ASMI เป็นแรงหนุนสำคัญ ตามทิศทางการปรับขึ้นของหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท
หุ้น Anheuser-Busch InBev พุ่งขึ้น 9.3% หลังผู้ผลิตเบียร์จากเบลเยียมรายงานยอดขายและกำไรไตรมาสสูงกว่าคาดอย่างมาก ขณะที่หุ้น UniCredit พุ่งขึ้น 5.9% หลังธนาคารอิตาลีรายงานกำไรรายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และปรับเพิ่มคาดการณ์ทั้งปี
หุ้น UniCredit ยังได้ยื่นข้อเสนอเข้าซื้อ Commerzbank แม้เผชิญแรงต่อต้านอย่างหนักจากเยอรมนี โดยหุ้นกลุ่มธนาคารในยูโรโซนปรับตัวขึ้น 1.9%
นักวิเคราะห์จาก City Index กล่าวว่า ผลประกอบการบริษัทโดยรวมยังคงช่วยพยุงตลาด หากบริษัทยังคงทำกำไรได้ ก็จะช่วยรักษาบรรยากาศเชิงบวกไว้
ขณะเดียวกัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระบุว่าถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่าน แม้ว่าสหรัฐฯ ยืนยันว่า ข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางยังคงมีผลอยู่ หลังจากมีการปะทะกันเมื่อวันก่อน ขณะที่กองกำลังสหรัฐฯ พยายามเปิดเส้นทางในช่องแคบฮอร์มุซ
นักวิเคราะห์จาก Swissquote Bank กล่าวว่า ตราบใดที่ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางยังคงอยู่ และราคาพลังงานยังสูง หุ้นยุโรปซึ่งมีลักษณะอ่อนไหวต่อวัฏจักรเศรษฐกิจจะมีความเสี่ยงมากกว่าหุ้นสหรัฐฯ
ราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวเหนือระดับ 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้น กำลังกดดันยุโรปซึ่งพึ่งพาพลังงานสูง กระตุ้นความกังวลด้านเงินเฟ้อ และเพิ่มการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 2 ครั้งในปีนี้
ตลาดหุ้นยุโรปฟื้นตัวได้ช้ากว่าตลาดวอลล์สตรีท โดย STOXX 600 ยังคงลดลงมากกว่า 3% จากระดับก่อนเกิดความขัดแย้งในเดือนก.พ. ขณะที่ S&P500 ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งและทำสถิติสูงสุดตลอดกาล
ด้านหุ้น Rheinmetall พุ่งขึ้น 3.4% แม้ผลประกอบการเบื้องต้นรายไตรมาสมีรายได้ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้
หุ้น Intertek พุ่งขึ้น 6% หลัง EQT AB บริษัทไพรเวทอิควิตีจากสวีเดน ปรับเพิ่มข้อเสนอซื้อกิจการบริษัททดสอบผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นมูลค่าประมาณ 8.93 พันล้านปอนด์ หรือ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ