ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบในวันนี้ (19 พ.ค.) โดยแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่บดบังปัจจัยหนุนจากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของญี่ปุ่นที่ออกมาดีเกินคาด รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลง ขณะที่นักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นในกลุ่มที่ราคายังปรับตัวขึ้นช้ากว่าตลาด (Laggard)
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ระดับ 60,550.59 จุด ลดลง 265.36 จุด หรือ -0.44%
หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นนำตลาดคือหุ้นกลุ่มบริการและกลุ่มประกันภัย ขณะที่หุ้นปรับตัวลดลง ได้แก่ กลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก และกลุ่มเครื่องมือชั่งตวงวัด
โบรกเกอร์ระบุว่า หุ้นหลายกลุ่มปรับตัวขึ้นหลังจากข้อมูล GDP ที่เปิดเผยก่อนเปิดตลาด ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโตอย่างมั่นคงในช่วงเดือนม.ค.-มี.ค. แม้ว่าตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมผลกระทบจากวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางอย่างเต็มที่ก็ตาม
ขณะเดียวกัน โพสต์บนโซเชียลมีเดียของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่ระบุว่ามีการเลื่อนแผนการโจมตีอิหร่านออกไป ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนและส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง
อย่างไรก็ตาม ดัชนีนิกเกอิกลับร่วงลงสู่แดนลบ เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากการขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ซึ่งปรับตัวลงตามหุ้นกลุ่มเดียวกันในตลาดวอลล์สตรีท
ด้านมาซาฮิโระ ยามากูจิ หัวหน้าฝ่ายวิจัยการลงทุนของ SMBC Trust Bank ประเมินว่า "ที่ผ่านมามีกระแสเงินไหลเข้าสู่กลุ่มที่เกี่ยวกับการลงทุนในทรัพย์สินประเภททุน เช่น ดาต้าเซนเตอร์และชิป แต่แนวโน้มนี้อาจชะลอตัวลงชั่วคราวในขณะนี้" นอกจากนี้เขายังระบุเพิ่มเติมว่า ตลาดยังคงอยู่ในภาวะรอดูสถานการณ์ก่อนที่บริษัท Nvidia Corp. จะเปิดเผยรายงานผลประกอบการ