ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเล็กน้อยในวันอังคาร (19 พ.ค.) หลังนักลงทุนขานรับข่าวที่สหรัฐฯ ระงับการโจมตีอิหร่าน และประเมินความเป็นไปได้ของข้อตกลงสันติภาพในระยะใกล้ ขณะที่ความกังวลด้านเงินเฟ้อทั่วโลกยังคงทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอยู่ในระดับสูง
ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 611.34 จุด เพิ่มขึ้น 1.17 จุด หรือ +0.19%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,981.76 จุด ลดลง 5.73 จุด หรือ -0.07%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,400.65 จุด เพิ่มขึ้น 92.73 จุด หรือ +0.38% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,330.55 จุด เพิ่มขึ้น 6.80 จุด หรือ +0.07%
สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า ข้อเสนอสันติภาพล่าสุดของกรุงเตหะรานครอบคลุมถึงการยุติการสู้รบทุกด้าน การถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากพื้นที่ใกล้อิหร่าน และการชดเชยความเสียหายจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวผันผวนตลอดทั้งวัน และล่าสุดลดลง 1% แม้ว่าราคาจะยังอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ดัชนี STOXX 600 ของยุโรปปิดเพิ่มขึ้น แต่ยังคงต่ำกว่าระดับก่อนเกิดสงคราม โดยดัชนีอ้างอิงดังกล่าวปรับตัวต่ำกว่าตลาดหุ้นภูมิภาคอื่นทั่วโลก เนื่องจากยุโรปพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน และมีสัดส่วนหุ้นฮาร์ดแวร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่มากนัก จึงจำกัดแรงหนุนต่อตลาด
ตลาดพันธบัตรเริ่มทรงตัวหลังเผชิญแรงขายหนักในช่วงหลายวันที่ผ่านมา แม้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนียังเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 15 ปี หลังนักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้งภายในสิ้นปีนี้
นักวิเคราะห์จาก Capital.com กล่าวว่า ตลาดยังคงถูกขับเคลื่อนด้วยแรงดึงระหว่างปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งกับความเสี่ยงเศรษฐกิจมหภาคที่เพิ่มขึ้น แต่บรรยากาศการลงทุนเป็นไปอย่างระมัดระวังมากขึ้นอย่างชัดเจนในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์กล่าวเพิ่มเติมว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังคงปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนความกังวลว่าราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงอาจทำให้อัตราเงินเฟ้อยังคงเพิ่มขึ้น และกดดันให้ธนาคารกลางต่าง ๆ ต้องคงนโยบายการเงินแบบเข้มงวดไว้นานขึ้น
ความระมัดระวังดังกล่าวส่งผลให้หุ้นกลุ่มปลอดภัย ซึ่งมักปรับตัวได้ดีกว่าในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว เป็นผู้นำการปรับขึ้นของตลาด โดยดัชนีหุ้นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงกลุ่มเฮลท์แคร์ ต่างพุ่งขึ้นมากกว่า 1.5%
ตลาดยังจับตาผลประกอบการของ อินวิเดีย (Nvidia) ที่จะประกาศในวันพุธ (20 พ.ค.) ซึ่งอาจเป็นบททดสอบกระแส AI ที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นทั่วโลกในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ของยุโรปอ่อนตัวลงบางส่วนหลังปรับขึ้นแรงก่อนหน้านี้ โดยหุ้น Infineon ร่วงกว่า 2.5% และหุ้น ASMI ลดลงกว่า 1%
ในทางกลับกัน หุ้นซอฟต์แวร์ SAP และ Dassault Systèmes พุ่งขึ้น 6% และ 2.8% ตามลำดับ
หุ้น Lagercrantz พุ่งขึ้น 8.2% หลังบริษัทสัญชาติสวีเดนรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ดีกว่าคาด
หุ้น Saab พุ่งขึ้น 4.4% หลังสวีเดนเตรียมจัดซื้อเรือฟริเกตจากฝรั่งเศสมูลค่ากว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะสามารถติดตั้งระบบอาวุธของบริษัท ขณะที่หุ้น Hensoldt ของเยอรมนี และหุ้น Rheinmetall พุ่งขึ้น 8.2% และ 3% ตามลำดับ
ด้านหุ้น Vallourec ดิ่งลง 7.9% หลัง ArcelorMittal ขายหุ้นสัดส่วน 10% ในผู้ผลิตท่อเหล็กของฝรั่งเศสรายดังกล่าวในราคาส่วนลด
ขณะเดียวกัน ผู้เจรจาของสหภาพยุโรปคาดว่าจะเห็นชอบยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ และป้องกันไม่ให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เดินหน้าตามคำขู่ในการปรับขึ้นภาษีศุลกากร